ต้องบอกก่อนว่าตัวเองไม่ใช่คอทุเรียน ไม่ได้ชอบหรือโหยหาเพื่อให้ได้กิน และไม่ได้รังเกียจกลิ่นแต่อย่างใด แต่เมื่อเร็วๆนี้ ตั้งแต่ Jack Ma ขาใหญ่ของ Alibaba มาเยือนประเทศไทยและทำความร่วมมือกับรัฐบาลไทย เห็นบอกว่าทุเรียนไทยขายได้แบบ e-commerce ในประเทศจีนได้ถึงลูกละเป็นพัน ท่าทางทุเรียนไทยคงจะส่งออกกระหน่ำจนขาดตลาดหรือไม่อีก 2-3 ปีต่อจากนี้อาจจะมีภาวะทุเรียนล้นตลาดราคาแสนจะถูกแบบไล่แจกฟรี
พอพูดถึงทุเรียนนอกจากความหอม (สำหรับคนที่ชอบ) และหวานนุ่มลิ้น แล้วถ้ามองข้ามอาการร้อนในและความอ้วนจากปริมาณแคลลอรี่และน้ำตาลในทุเรียนแล้ว ทุเรียนถือได้ว่าเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพถ้ากินให้เป็นและกินให้พอดี ประโยชน์ของทุเรียนนั้นเป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่มีสารเบต้าแครอทีนสูง เพราะฉะนั้นจึงจะช่วยบำรุงสายตา ป้องกันการเกิดโรคต้อกระจกและช่วยชะลออาการเสื่อมของกระจกตาในผู้สูงอายุได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีไฟเบอร์กากใยที่เป็นประโยชน์ต่อลำไส้ และมีประโยชน์ต่อการฆ่าเชื้อ เพราะในเนื้อทุเรียนจะมีสารกำมะถัน แก้โรคผิวหนัง ฝีหนองผุพองต่างๆ
แล้วกินแค่ไหนจะดีต่อสุขภาพ ทางกรมอนามัย ได้ออกมาให้ความรู้และแจ้งว่า ทุเรียน 1 เม็ดขนาดกลางมีน้ำหนักประมาณ 40 กรัม ให้น้ำตาล 18 กรัมให้พลังงาน 60 แคลลอรี่ เทียบเท่ากับการกินข้าวสวย 1 ทัพพีที่ให้พลังงานประมาณ 80 แคลลอรี่ กินเยอะกว่า 1 เม็ดก็ต้องคูณพลังงานกับปริมาณที่ได้รับกันลองดู และถ้ามีการกินอาหารอื่นๆเพิ่มไปอีก ถ้าไม่มีการเผาผลาญพลังงานรับรองแคลลอรี่ที่เหลือก็สะสมเป็นไขมันทำให้อ้วนได้อย่างแน่นอน
สำหรับเวลาที่ทานทุเรียนควรจะทานให้พอเหมาะไม่มากจนเกินไป และการรับประทานมังคุดจะช่วยลดอาการร้อนในเพราะในมังคุดจะมีสารต้านการอักเสบและร้อนในและมีปริมาณน้ำมาก แต่ก็ต้องระวังเรื่องของน้ำตาลที่แผงตัวมาด้วย ทุเรียนแปรรูปพวกทุเรียนทอด ผักผลไม้ที่มีธาตุเย็นหรือมีน้ำเยอะ เช่น มะระ สะเดา แตงโม บวบ รากบัว มะนาว ส้ม มังคุดจะช่วยบรรเทาอาการร้อนในจากการกินทุเรียน ดื่มน้ำเยอะๆจะได้ปรับสมดุลชองร่างกาย และที่สำคัญทุเรียนที่ถูกแปรรูปเช่น ทุเรียนกวน ทุเรียนทอด จะมีน้ำตาลมากกว่าทุเรียนปกติ
ท้ายนี้ขอให้อิ่มอร่อยแบบมีสุขภาพดีกับการกินทุเรียนนะครับ