สวัสดีครับ
เพื่อนๆ วันนี้มีเมนูโปรดมานำเสนอ ครับ
เมนูนี้ชื่อว่า หมาล่า ครับ ชื่อแปลกใหมครับแต่รับประกันว่าไม่มีหมาแน่นอนครับ
ตอนนี้ถ้าถามว่าอาหารชนิดไหนกำลังเป็นที่นิยมที่สุดในแถบภาคเหนือ โดยเฉพาะเชียงใหม่
เชียงรายล่ะก็ หลายๆ คนจะต้องคิดถึง “หม่าล่า” ขึ้นมาเป็นอย่างแรกๆ แน่นอน
เพราะไม่ว่าจะไปตรงไหนของเมือง ก็จะเจอร้านขายหม่าล่าตั้งอยู่อย่างน้อยๆ หนึ่งร้าน
วันผม #เชฟเอกกระทะบิน
เลยจะพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักกับการอาหารชนิดนี้ ว่าจริงๆ แล้วความเป็นมาของมันเป็นอย่างไรกันแน่ เราไปติดตามพร้อมๆ กันเลยดีกว่า!!
คำว่า “หม่า” แปลว่า “ชา” ส่วนคำว่า “ล่า” แปลว่า “เผ็ด” ดังนั้น “หม่าล่า” จึงหมายถึงอาหารที่ทั้งเผ็ดทั้งชา หม่าล่าจริงๆ แล้วเป็นสูตรเครื่องเทศที่มาจากทางตอนใต้ของประเทศจีน ลักษณะเหมือนพริกป่นในไทยนี่แหละ
แต่เขาจะใช้เครื่องเทศที่เรียกว่า “ฮวาเจียว” เป็นส่วนผสม ซึ่งเจ้าเครื่องเทศชนิดนี้เองที่ทำให้เกิดอาการชาในปากของเรา
สำหรับชาวจีนแล้ว หม่าล่าสามารถนำไปกินกับทุกอย่างได้ ตั้งแต่ต้ม ผัด ย่าง โดยพวกเขานิยมรับประทานกับเนื้อแกะ เพราะหม่าล่าสามารถดับกลิ่นสาบของเนื้อแกะได้อย่างดีเยี่ยม
หม่าล่าจะนำมากินกับอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น ต้ม ผัด หรือ ย่าง แต่ประเทศไทยของเราเน้นปิ้งย่างอย่างเดียวเท่านั้น นำอะไรก็ได้มาหมักกับหม่าล่า เช่น กุ้ง ปลาหมึก ไก่ หมู ไส้กรอก หรือผักชนิดต่างๆ ที่นึกออกว่ารสชาติจะเข้ากับหม่าล่าได้ วันนี้จึงมีสูตรการทำหม่าล่ามาแจก หากหาซื้อวัตถุดิบเหล่านี้ได้ก็ลุยเลยครับ
ส่วนผสม
พริกชวงเจียง 1 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยดำ 1 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูแห้ง 4 ชิ้น
พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ
ยี่หร่า 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียม 8 กลีบ
ขิง 1 หัว
ผงพะโล้ 1 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ
ฮอยซินซอส 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนโต๊ะ
เนื้อสัตว์หรือผักอะไรก็ได้ที่นำมาหมักกับหม่าล่า
วิธีทำ
หั่นเนื้อสัตว์และผักเตรียมไว้ ให้ขนาดพอดีกับไม้ที่จะเสียบ (ชิ้นเล็กยิ่งอร่อยครับ)
นำพริกขี้หนูแห้ง พริกป่น พริกชวงเจียง พริกไทยดำ กระเทียม ขิง และ ผงพะโล้มาตำรวมกันให้ละเอียด
นำส่วนผสมของพริกไปผสมกับฮอยซินซอส ซีอิ๊วขาว น้ำมันมะกอก และ น้ำตาลทรายแดง คนให้เข้ากันเสร็จขั้นตอนของหม่าล่า
นำหม่าล่ามาหมักกับเนื้อสัตว์ที่เตรียมไว้เสียบไม้แล้วนำไปแช่ตู้เย็น ส่วนผักไม่ต้องหมักเสียบไม้ได้เลย
ตั้งเตารอให้ร้อนนำเนื้อที่หมักมาปิ้งได้เลยส่วนผักให้นำมาปิ้งให้สุกก่อนแล้วค่อยทาด้วยหม่าล่า
เสร็จแล้วก็เรียงใส่ถาด อยากกินเท่าไหร่ก็ปิ้งเท่านั้นเลย
ได้ลองลิ้มชิมหม่าล่ามาสองสามร้านแล้ว บอกเลยว่าทั้งแปลกทั้งอร่อยดี ซึ่งจริงๆ แล้วหม่าล่านั้นแทบไม่มีรสชาติ มีเพียงแต่ความเผ็ดชาเท่านั้น ความอร่อยส่วนใหญ่จะอยู่ที่การหมักเนื้อของแต่ละร้านมากกว่า ก็ต้องลองไปชิมกันให้รู้ว่า ตัวเองชอบเนื้อของร้านไหนมากกว่ากันเนาะ
** ขอบคุณครับที่กดโหวต และกดติดตาม ครับ!!!!**