สวัสดี ไทย Steemians ที่รัก
ผมต้องขอโทษด้วยครับที่โพสเรื่องนี้ช้า เพราะมีหลายๆสิ่งเกิดขึ้นข้างนอก steemit และขณะนี้ผมก็กำลังเดินทางอยู่ด้วย สืบเนื่องจากโพสที่แล้ว ผมได้พูดเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่ผมทำกับเพื่อนของผมเพื่อระดมทุนเพื่อสร้างป่าช้าตั้งอยู่ประมาณ 50กิโลเมตรห่างจาก อุดรธานี และผมกลับได้มาที่อุดรธานีเพื่อให้เว็บไซต์นี้แก่พระท่านหนึ่งที่ทำงานเกี่ยวกับอินเตอร์เน็ต ผมพบกับผู้หญิงคนนั้นที่นำผมมาพบกับหลวงตามหาบัวที่วัด เมื่อผมพบเธอที่บ้านของเธอ เธอได้นำกระเป๋าเล็กๆสีดำของเธอที่วางอยู่บนโต๊ะไปเก็บ และบอกผมว่านั้นเป็นปืนของเธอและเปิดให้ผมได้ดูและบอกผมว่าเธอเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบที่ทำงานให้กรมโบราณคดีไทย เธอทำหน้าที่จับคนที่ขโมยวัตถุมงคลเก่าและขายให้กับตลาดในต่างประเทศ ผมค่อนข้างตกใจ เพราะผมรู้จักเธอในฐานะผู้เคร่งครัดในศาสนาและตอนนี้ผมรู้จักเธอว่าเธอทำงานจับคนร้าย
วันถัดมา หลังจากที่เรามาถึงวัด ผมได้พบกับพระหนุ่มท่านหนึ่งที่ดูแลเรื่องอินเตอร์เนต และอธิบายให้เขาฟังถึงการดูแลเว็บไซต์ และ วิธีที่ทำให้คนในโลกอินเตอร์เน็ตเห็น พระหนุ่มอีกท่านหนึ่งอยู่ในห้องพร้อมกับเราและกำลังฟังเราสนทนา และ ต่อมาเขาได้เดินออกไปจากห้อง และกลับมาอีกครั้งเพื่อให้ผมตามเขาไป พวกเราตามเขาไปที่หนึ่งซึ่งเป็นบ้านเล็กๆ ที่อยู่ในบริเวณวัด ข้างนอกบริเวณลานมีพระอาวุโสนั่งอยู่กับคนไทยไม่กี่คน ซึ่งท่านนั่งอยู่บนม้านั่งและคนไทยอื่นๆนั่งบนพื้น เมื่อพวกเราไปถึง และไปนั่งตรงหน้าพระ และเราก็ไหว้ท่านพร้อมกับนั่งลงที่พื้น ท่านขอบคุณผมที่ทำเว็บไซต์ให้ และผมได้บอกท่านว่าท่านไม่ต้องขอบคุณ เพราะ สิ่งที่ผมทำนั้นก็เพื่อขอบคุณท่านที่ทำให้ผมได้เรียนรู้ หลายๆสิ่งทและทำให้ผมเข้าใจหลายอย่างจากการค้นคว้า ท่านได้เอามือใส่ในกระเป๋าพระและเอาผ้าออกมาซึ่งมีบางสิ่งอยู่ข้างใน เขาเปิดผ้านั้น และให้ผมดูรูปปั้นพระพุทธเจ้า ที่ดูจะสูงกว่ารูปปั้นพระแบบของไทย ท่านบอกผมว่า ท่านพบสิ่งนี้อยู่ในถ้ำไม่ไกลจาก แม่แตง (ผมไม่แน่ใจว่า สถานที่ถูกต้องหรือไหม เพราะว่าผ่านมาหลายปี แต่ผมเพิ่งนึกชื่อนี้ออก) เมื่อหลายปีที่แล้ว ระหว่างที่อยู่ในถ้ำอย่างสันโดด และวันหนึ่งในขณะที่กำลังออกจากถ้ำ ท่านเดินเหยียบบนบางอย่างแตก และมันเป็นพระพุทธรูปเล็กๆ ประมาณ 13 เซติเมตร ท่านได้ทำหัวของรูปปั้นแตก ท่านคิดว่ามูลค่าของมันไม่ได้อยู่ที่ราคาที่อยู่ที่จิตใจ ท่านจึงต่อหัวรูปปั้นด้วยกาว ซึ่งปกติพระและคนไทยคนอื่นๆจะไม่ทำแบบนั้น และท่านได้เก็บรูปปั้นนั้นเป็นเวลาหลายปี ท่านได้บอกว่า ท่านให้สิ่งนี้กับผม แต่ผมต้องดูแลมันอย่างดี ห้ามวางบนพื้นโดยตรง ห้ามเอาเท้าชี้ ห้ามผู้หญิงแตะต้อง และ ห้ามโชว์ให้กับใครเพราะบางคนสามารถฆ่าคุณได้เพื่อจะได้มันมาครอง และ ห้ามขายมัน แต่เมื่อวันหนึ่งจะมาถึงผมจะรู้ว่าต้องมอบพระพุทธรูปนี้ต่อให้ใคร ท่านบอกผมอีกว่า รูปปั้นนี้อาจมีอายุถึง 1000 ปี และถ้าผมสามารถนำไปให้ผู้เชียวชาญดู ไม่ควรให้ผู้เชี่ยวชาญนำไปตรวจโดยไม่อยู่ในสายตาของผม จากนั้น ท่านก็ให้รูปปั้นกับผมและผมก็ไหว้เขาและบอกท่านว่า ท่านเชื่อใจผมได้ ผมจะปฏิบัติตามกฏ ท่านได้บอกพระหนุ่มให้ไปหาบางสิ่งให้เขา และท่านได้เสริมอีกว่า ท่านรู้มาจากพระในป่าว่าผมต้องเข้าไปในสถานที่ที่อันตรายเพื่องานของผม ตอนนั้นพระหนุ่มกลับมาพอดีเขาได้ให้บางอย่างแก่พระอาวุโสมันถูกพันด้วยเชือกสีส้ม มันคือเสือที่เกะสลักจากไม้และถูกเขียนด้วยภาษาบาลี ท่านได้ให้กับผมและบอกผมว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณไปสถานที่ที่อันตราย ให้ผูกเชื่อกนี้รอบเอวคุณและเก็บไว้ใต้เสื้อผ้าของคุณ ผมได้ไหว้ท่านอีกครั้ง คนไทยที่นั้งอยู่ด้วยกันมองผมเหมือนเป็นเอเลี่ยนมาจากต่างดาว แต่พระอาวุโสดูมีความสุขที่ได้ให้ซึ่งผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ท่านบอกผมสำหรับรูปปั้นนั้น จะดีกว่าถ้าอยู่ที่ประเทศของผม แต่อย่างไรก็ตามผมสามารถเอาไปไว้ที่ไหนก็ได้ที่ผมต้องการ ท่านได้บอกว่า “นี่เป็นของวิเศษของผม” และ ถ้าคุณมีปัญหาตอนจะพามันออกนอกประเทศ ให้โทรหาเพื่อนผู้หญิงคนนั้นซึ่งเธอสามารถเป็นพยานได้ว่านี้เป็นของขวัญอย่างเป็นทางการจากพระ และ ถ้ายังมีปัญหาอื่นเธอจะช่วยผมได้ ผมรู้สึกเป็นเกีตรติอย่างมากที่ได้รับสิ่งนี้จากท่านแม้ว่าผมไม่ได้ต้องการสิ่งใดตอบแทน แต่นี้เป็นความปราถานาของท่าน หลังจากได้พูดคุย ผมได้ก้มลงและกราบพระอาวุโส และผมได้บอกท่านว่าผมจะดูแลรูปปั้นนี้เหมือนอย่างที่ท่านบอกผม
เมื่อผมกลับเข้าไปในเมือง ผู้หญิงคนนั้นได้บอกผมว่า ผมเป็นคนที่โชคดีมากๆ เพราะน้อยครั้งมากที่ท่านจะทำแบบนี้ เธอบอกผมว่า พระพุทธรูปนั้นมีราคาแพงมากถึงแม้มันจะหัวชำรุดและต่อด้วยการติดกาว มันเป็นรูปปั้นแบบนี้แบบเต็มตัวที่เธอเห็นเป็นครั้งแรก และบอกผมอีกว่า ปกติผู้คนจะขายเฉพาะชิ้นส่วนของมัน เพราะไม่มีรูปปั้นสมบูรณ์แบบเหลือมาจนถึงทุกวันนี้ และเธอเสริมอีกว่า มันถูกสร้างมาจากไม้และสมัยก่อนผู้คนจะถูด้านหลังของรูปปั้นบนแก้วน้ำ แล้วดื่มน้ำนั้น และ อธิษฐาน ซึ่งพวกเขาเชื่อว่า มันจะสร้างกำแพงเพื่อป้องกันพวกเขา เธอเสริมอีกว่าบางคน สร้างของเลียนแบบรูปปั้นนี้ด้วย ซึ่งตอนนั้น ผมไม่ทราบจริงๆว่าอะไรควรเชื่อ หรือ คิดอย่างไรเกี่ยวกับรูปปั้น แต่สิ่งนึงที่ผมมั่นใจ คือ ผมจะปฏิบัติตามกฏที่พระท่านบอกมา
รูปภาพของรูปปั้น วันนี้รูปปั้นได้ถูกคุ้มครองอยู่ที่ฝรั่งเศษ แม้ว่าผมต้องการให้มันอยู่กับผม แต่พระบอกผมว่า ให้นำไปไว้ที่ประเทศของผมดังนั้นมันจึงอยู่ที่นั้นตั้งแต่ปี 2004
โปรดติดตามตอนต่อไป ...
Love and Happiness