ชีวิตของชาวไร่ไม่อยากเอ่ย
เหนื่อยจุงเบยแน่ะอย่าขำคำวัยรุ่น
ลงทั้งแรงลงทั้งเงินเอิ้นว่าทุน
ศัพท์วุ่นวุ่นคนอีสานท่านแปลเอง
สวัสดีค่ะเพื่อนๆชุมชนsteemitทุกท่าน มาอีกแล้วค่ะ...มาด้วยความคิดถึง วันนี้เป็นวันหนักๆของฉัน ซึ่งก็ไม่ใช่วันเบาๆ555...บางท่านอาจจะแปลกใจว่า"เอ๊ะ!...วันหนักๆมันเป็นยังไงกัน ไม่เคยได้ยินเลย เคยได้ยินแต่คำว่า"วันเบาๆ"อ่ะ
ก็จะไม่ให้พูดว่าวันหนักๆได้ไงละคะ ก็มันหนักจริงๆ
ก้าวเท้าแต่ละก้าวก็หนัก แต่พอก้าวไปไกลมากแล้วค่อยรู้สึกเบาลง...ถ้ายังสงสัยอยู่ เชิญตามมาได้เลยค่ะ...
หลังจากที่ฉันกับสามีกินข้าวเช้าเสร็จ เราก็เตรียมเอาข้าวของใส่กระบะ วันนี้เราจะไปใส่ปุ๋ยอ้อยตอกันค่ะ ซึ่งสิ่งที่จะเตรียมไปก็จะมีปุ๋ย ถุงย่ามสำหรับใส่ปุ๋ยและถ้วยสำหรับตักปุ๋ย เมื่อเตรียมเอาสิ่งของเรียบร้อยแล้ว สามีก็สตาร์ทรถแล้วขับออกไปยังไร่ โดยที่ฉันนั่งอยู่ท้ายกระบะ ฉันไม่ค่อยชอบนั่งข้างคนขับ นอกเสียจากว่าแดดร้อน แต่ช่วงเช้านี้อากาศดีมาก แดดยังไม่ออก ฉันก็นั่งท้ายกระบะ สูดเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าไปเต็มปอด ลมพัดเอื่อยๆมากระทบตัวรู้สึกเย็นสบายมาก...
พอขับมาถึงปั๊มน้ำมันสามีจึงจอดรถพร้อมกับเติมน้ำมัน เจ้าของปั๊มสนิทกับพวกเรา เขาจึงทักขึ้นพร้อมด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม"อ้าว!...เดี๋ยวนี้เลื่อนขั้นมาเป็นหมอแล้วเหรอ"ฉันเลยตอบเขาไปว่าสามีเลื่อนขั้นเป็นหมอแล้ว ส่วนฉันเป็นผู้ช่วยหมอ ทีนี้ทั้งสามี ฉันและเจ้าของปั๊มต่างก็หัวเราะชอบใจ แกคงเห็นถังฉีดยาที่อยู่บนรถนั่นเอง แกคงเข้าใจว่าเราจะไปฉีดยากัน ปกติแล้วฉันจะจ้างเขาฉีดยามาตลอด แต่ปีนี้อ้อยมีน้อยลง เราจึงฉีดเอง บางทีจ้างคนฉีดก็ไม่ได้ดั่งใจเรา ฉันหมายถึงเขาเดินเร็วและปล่อยยาแรงเพื่อต้องการให้ยาหมดเร็วๆ ดังนั้นหญ้าจึงไม่ค่อยจะตายดีเท่าที่ควร ต้องจ้างฉีดซ้ำอยู่บ่อยๆ ซึ่งก็เป็นการสิ้นเปลืองเสียเปล่าๆ เมื่ออ้อยลดน้อยลง เราจึงตัดสินใจฉีดเอง...
พอขับรถพ้นหมู่บ้าน ก็จะเจอกับไร่อ้อยทั้งสองข้างทาง สีเขียวๆของใบอ้อย มองดูทีไร...ทำให้ชุ่มฉ่ำห้วใจเป็นยิ่งนัก ที่ฉันมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมาจนถึงวันนี้ ยอมรับว่าอ้อยก็มีส่วนเเหมือนกัน มองออกไปทั้งสองข้างทาง "อ้อยใครหนอ ช่างปลูกได้พอดีและงามเสียจริงๆ" ฉันคิดในใจและชื่นชมในตัวเจ้าของอ้อย...
ฉันชมความงามของอ้อยมาเรื่อยๆ จนถึงจุดหมายปลายทาง พอรถจอด...ฉันก็จัดการแก้เชือกที่เย็บติดกับถุงปุ๋ยออก ส่วนสามีก็จัดการแบกถุงปุ๋ยเข้าไปวางไว้กึ่งกลางของไร่อ้อย เพราะปุ๋ยที่เราใส่ในถุงย่ามจนเต็มก็ไม่สามารถหว่านไป-กลับได้ เราจึงนำไปไว้กึ่งกลางเผื่อว่าเวลาปุ๋ยหมดก็จะไม่ได้เดินเสียเที่ยวมาเอาที่รถ เพราะที่ดินผืนนี้มีความยาวมาก...
พอแก้เชือกออกแล้ว ฉันก็เอาถุงย่ามมาใส่ปุ๋ยเกือบเต็มถุงแล้วพายพร้อมกับหว่านไปทีละ2ร่อง ที่ดินผืนนี้มีเนื้อที่16ไร่ ที่ตรงกลางจะทำนา ส่วนอีกสองฝั่งปลูกอ้อยและมันสำปะหลัง อ้อยจะกินเนื้อที่ประมาณ6ไร่กว่าๆ เราหมดปุ๋ย4ถุง เราไม่หว่านเยอะ กะว่าจะมาหว่านบ่อยๆ
พอเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็มายังอีกแปลง ซึ่งที่ดินแปลงนี้อยู่ติดกับบ้านพี่ชาย มีเนื้อที่1ไร่ อันที่จริงก็จะเหมาะเป็นที่อาศัยซะมากกว่า แต่เราก็มีบ้านอยู่แล้ว เราจึงไม่อยากปล่อยที่ให้ว่างเปล่า ที่แปลงนี้หมดปุ๋ย2ถุงย่าม พอหว่านปุ๋ยเสร็จ เราจึงเดินไปพูดคุยกับพี่ พี่เลยบอกให้เราไปสอยเอามะม่วง ซึ่งตอนนี้ก็ใกล้จะวายแล้ว ซึ่งมะม่วงชนิดนี้จะปล่อยให้สุกไม่ได้ ก็หนอนนะสิคะเขาจะกินหมดก่อน มะม่วงที่ว่านี้ก็คือ"มะม่วงเขียวเสวย"...
พอมาถึงบ้านฉันก็รีบอาบน้ำเลยค่ะ เพราะเนื้อตัวเต็มไปด้วยเหงื่อ อาบน้ำเสร็จก็ค่อยสดชื่นขึ้นมาหน่อย จากนั้นฉันก็นำมะม่วงไปล้าง แล้วนำมาสับไว้รอสามี เรากินมะม่วงไปพร้อมกับดูเฟส ดูไลน์ของลูก เขาก็ทำงานออนไลน์เหมือนกันค่ะ เราดูความก้าวหน้าในการทำงานของลูกๆทุกวัน นั่นคืออีกหนึ่งความสุขของเรา...
สำหรับวันนี้ก็พูดคุยมาเยอะแล้ว ขอตัวไปคิดเรื่องที่จะโพสต์ก่อนนะคะ ขอให้เพื่อนๆในชุมชนของเราจงมีสุขภาพดีกันถ้วนหน้า สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ
ขอขอบคุณทุกๆกำลังใจและการติดตามนะคะ ยินดีเป็นที่สุดที่ได้รู้จักกับเพื่อนๆในชุมชนของเราค่ะ