สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ทุกคน
ตั้งเริ่มต้นคริสต์ศักราชใหม่ก็เกิดเรื่องราวต่างๆ มากมายทั่วโลก ไม่ว่าไฟป่าที่มีความรุนแรงที่ประเทศออสเตรเลีย ที่เกิดไฟป่าตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว ทำให้เกิดความเสียหายมากมาย คร่าชีวิตประชาชนไปราวยี่สิบกว่าคน รวมถึงสัตว์ป่าต่างๆ ที่น่าสงสารที่ตายในกองเพลิงอีกมากมายมหาศาล จนกระทั่งปัจจุบันนี้ก็ยังไม่สามารถควบคุมไฟป่านี้ได้ ภาวะฝุ่น PM 2.5 ที่เกิดขึ้นทั่วโลก และ ณ เวลานี้ได้เกิดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 กำลังระบาดในจีน โดยพบผู้ป่วยโรคนี้ครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ที่เมืองอู่ฮั่น มณฑทลหูเป่ย์ ตอนกลางของประเทศจีน จนตอนนี้โรคไม่ได้จำกันอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว แต่ยังกระจายไปทุกมณฑล และเขตการปกครองอื่นๆ ของจีนแล้ว ยกเว้นทิเบต ทั้งยังทำให้มีผู้ติดเชื้อมากกว่าหกพันกว่าคน และมีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 100 คน ขณะเดียวกันประเทศอื่นๆ ก็พบผู้ป่วยโรคนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่นแทบทั้งสิ้น ส่วนในประเทศไทยก็ติดอันดับต้นๆ ในหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาภาวะฝุ่น PM 2.5 ก็ติดท๊อปเทนไปแบบชิวๆ แล้วยังมาเรื่องไวรัสโคโรนาก็ติดอยู่อันดับ 2 รองจากจีนเจ้าภาพเลย ติดท๊อปเรื่องไม่ดีทั้งนั้น แต่ยังไงก็แล้วแต่เราต้องตั้งสติไม่ตื่นตระหนก และดูแลร่างกายให้แข็งแรง กินร้อน ช้องกลาง ล้างมือ ออกนอกบ้านก็สวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันตัวเองอีกทางหนึ่ง
แม้เริ่มต้นเรื่องมาก็เครียดกันเลยทีเดียว เรามาดูความน่ารักของเจ้าจีราฟคลายเครียดกันดีกว่า เป็นจีราฟจากสวนสัตว์ซาฟารีเวิลด์อีกแล้ว วันที่ไปเที่ยวสวนสัตว์นั้นคือสองจิตสองใจจะไปไม่ไปดี เพราะว่าเหนื่อยจากการเดินทาง และตื่นสาย และกว่าที่จะตัดสินใจได้ว่าจะไปก็เลยยิ่งสายไปใหญ่ ซึ่งสวนสัตว์อยู่ไกลจากที่พักมาก และวันนั้นรถก็ติดม๊วกกกก.... แล้วสวนสัตว์ก็ใหญ่มากถ้ามาสายคือดูไม่ทั่วถึงแน่ แล้วโชว์แต่ละโชว์ก็จะโชว์แค่วันละรอบหรือสองรอบเท่านั้น คือต้องเร่งทำเวลาถึงจะดูได้โชว์ได้ครบหมด ซึ่งแน่นอนว่าพวกเราพลาดโชว์ไปหลายโชว์เลยทีเดียว
หลังจากที่ซื้อตั๋วแล้วก็นั่งรถดูสัตว์ต่างๆ หลังจากนั้นก็ไล่ดูโชว์ต่างๆ ตามเวลาที่ทางสวนสัตว์กำหนด พอโชว์จบหมดแล้วนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ดูจีราฟเลย ซึ่งเวลามันเย็นมากแล้ว ใกล้จะถึงเวลาที่สวนสัตว์ปิดแล้ว ตอนแรกบัวชวนคุณสากลับโรงแรมเลย ยังเหลือเวลาอีกนิดคุณสาบอกอยากจะไปดูจีราฟ เอ้า....ไปก็ไป พอไปถึงทางเจ้าหน้าที่เขากำลังทำความสะอาดตรงจุดบริเวณที่ขายอาหารจีราฟให้นักท่องเที่ยว แต่เรายังสามารถดูจีราฟได้ เพียงแต่ให้อาหารไม่ได้ ก็เลยได้เห็นกลุ่มจีราฟยืนอยู่ไกลๆ เสียดายถ้ามาทันคงได้มีภาพถ่ายคู่กับจีราฟแน่นอน
จีราฟเป็นสกุลหนึ่งของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เป็นสัตว์เคี้ยวเอื้อง มีลักษณะเด่นคือ เป็นสัตว์ที่ตัวสูง ขายาว ลำคอยาว มีเขา 1 คู่ ตัวมีสีเหลืองและสีน้ำตาลเข้มเป็นลาย มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา ตัวเมียมีขนาดและความสูงกว่าตัวผู้เล็กน้อย ยีราฟมีเขาทั้งตัวผู้และตัวเมีย ไม่ผลัดเขา ที่มีขนปกคลุมอยู่ เขาของจีราฟเป็นสิ่งแสดงถึงความแตกต่างระหว่างเพศ เขาของจีราฟตัวผู้ด้านบนมีลักษณะตัดราบเรียบและมีความใหญ่อวบกว่า ขณะที่ของตัวเมียจะมีขนสีดำปกคลุมเห็นเป็นพุ่มชัดเจน อาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูงราว 15-20 ตัว หรือมากกว่านั้นในทุ่งโล่งร่วมกับสัตว์กินพืชชนิดอื่นๆ เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุได้ 3 ปีครึ่ง ตั้งท้องนาน 420-461 วัน ลูกจีราฟหย่านมเมื่ออายุได้ 10 เดือน เมื่อคลอดออกมาแล้วจะสามารถยืนและเดินได้ภายในเวลาไม่นาน และวิ่งได้ภายในเวลา 2-3 วัน
ด้วยความที่เป็นสัตว์ตัวสูง จีราฟจำเป็นต้องมีหัวใจขนาดใหญ่เพื่อหมุนสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมอง จีราฟสามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองได้มากกว่าคนถึง 3 เท่า เพื่อไปเลี้ยงสมองที่อยู่สูงขึ้นไปประมาณ 8 ฟุต เหมือนกับปั้มน้ำที่สูบน้ำขึ้นไปยังตึกสูง หัวใจของจีราฟมีน้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัม ระบบไหลเวียนโลหินจึงเป็นแบบพิเศษ เพื่อช่วยป้องกันอันตรายที่อาจเกิดจากการที่เลือดไปเลี้ยงสมองมากเกินไปเวลาที่จีราฟก้มตัวดื่มน้ำ ระบบไหลเวียนเลือดพิเศษนี้จึงเปรียบเสมือนวาล์วเปิด-ปิดน้ำ
จีราฟเป็นสัตว์กินพืช กินได้ทั้งหญ้าที่ขึ้นอยู่กับพื้น และพุ่มไม้สูงๆ โดยเฉพาะพุ่มไม้ประเภท อาเคเชียหรือกระถินณรงค์ที่มีหนามแหลม มีรสฝาด และมีพิษ แต่จีราฟก็สามารถกินได้อย่างไม่มีปัญหา เพราะมีลิ้นที่ยาวถึง 45-47 เซนติเมตร และมีความหนาสาก ใช้ตวัดกินได้โดยไม่ได้รับอันตราย และทนทานต่อสารพิษได้ในระดับหนึ่ง แต่เมื่อจีราฟจะดื่มน้ำหรือกินอาหารที่อยู่พื้นล่าง ต้องถ่างขาทั้งคู่หน้าออก และก้มคอลง เพราะมีกระดูกที่ข้อต่อต้นคอเพียง 7 ข้อเท่านั้น นับเป็นช่วงที่จีราฟจะได้รับอันตรายจากสัตว์กินเนื้อที่บุกจู่โจมได้ เพราะเป็นช่วงที่อยู่ในท่าที่ไม่คล่องตัว วันๆ หนึ่งจีราฟจะกินอาหารเฉลี่ยวันละ 20-30 กิโลกรัม ขณะที่นอนหลับในท่ายืนเพียงวันละ 2 นาที ถึง 2 ชั่วโมงเท่านั้น จีราฟจะวิ่งได้ไม่นานเนื่องจากหัวใจจะสูบฉีดเลือดอย่างหนัก และเมื่อวิ่งจะต่างจากสัตว์ชนิดอื่นๆ เพราะทั้งขาหลังและขาหน้าที่อยู่ข่างเีดยวกันจะยกขึ้นลงพร้อมกัน จึงมีลักษณะการวิ่งแบบควบกระโดดโคลงเคลงไปมา และคอที่ยาวก็จะมีอาการแกว่างไกวไปมาด้วย
แม้จะเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ แต่จีราฟก็ยังถูกคุกคามจากสัตว์กินเนื้อได้ ได้เช่น สิงโต หรือไฮยีน่า จีราฟมีวิธีการป้องกันคือ การเตะจากขาหลังที่ทรงพลัง ซึ่งทำให้สิงโตได้รับบาดเจ็บได้ สิงโตจึงไม่ค่อยโจมตีจีราฟตัวที่โตเต็มที่ แต่จะเล็งไปยังลูกจีราฟมากกว่า
คอของจีราฟประกอบด้วยกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง ยึดติดกับบริเวรหัวไหล่ คอของจีราฟจึงไม่ห้อยตกลงมา ซึ่งคอของจีราฟนอกจากจะใช้เพื่อการดำรงชีวิตทั่วไปแล้ว ยังมีส่วนสำคัญในพฤติกรรมทางสังคมเช่นกัน จีราฟตัวผู้จะเข้าต่อสู้โดยใช้คอถูหรือฟากกับจีราฟตัวอื่นด้วยความรุนแรง ซึ่งอาจถึงขั้นบาดเจ็บสาหัสหรือตายได้ เพื่อจะแสดงความเป็นจ่าฝูง และใช้เกี้ยวพาราสีหาคู่เพื่อสืบพันธุ์ด้วย
ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่ให้กันเสมอมา
แล้วเจอกันโพสต์หน้าจ้า เลิฟนะยู้วววว....