สวัสดีครับพี่น้องผองเพื่อนชาว steemit วันนี้ผมมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็คโทรนิคมาเล่าสู่กันฟังครับ ^^
เคยมีความสงสัยเกี่ยวกับอาชีพรับซื้อโทรศัพท์ที่พังแล้วรึเปล่าครับ หรือเคยสงสัยใหมว่าทำไมโทรศัพท์บางยี่ห้อถึงแพงจัง ^^ วันนี้ผมจะเอาประสบการณ์เกี่ยวกับการเล่นแร่แปรธาตุของผมมาเล่าสู่กันครับ ^^
ผมเคยมีโอกาสได้ไปถ่ายทำเบื้องหลัง การสะกัดแร่ ออกจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกครับ ซึ่งผมก็พอทำเป็นอยู่บ้าง แต่ผมไม่ทำครับ เพราะสารเคมีที่ใช้บางตัวมันอันตรายมากๆ ^^ อาจจะไม่อันตรายกับเราที่รู้วิธีป้องกัน แต่ว่าผมมีหลานๆ ที่ชอบเข้ามาเล่นด้วยกับผม ผมกลัวว่าเขาอาจจะแพ้หรือได้รับสารตกค้างที่อยู่ตามร่างกายของผมได้ครับ ผมก็เลยไม่สนใจกับอาชีพนี้อย่างเป็นจริงเป็นจังอ่ะครับ ^^ และก็ผมขอไม่เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับสารเคมีและอื่นๆ นะครับ เดี๋ยวลูกพี่ผมจะเคืองผมมากๆ เลย ^^ ผมขอยกบางส่วนเอามาเล่าให้ฟังก็แล้วกัน (คือรูปที่ผมถ่าย ถ้าแกเห็นปร๊าดเดียว แกก็จำได้ครับ ^^)
ในวิชาวิทยาศาสตร์ เคมี ฟิสิกส์ ไฟฟ้า เราเคยเรียนมาแล้วว่า "เงิน" คือแร่ธาตุที่นำกระแสไฟฟ้าได้ดีที่สุด ^^ เป็นเรื่องจริงครับ แร่เงิน คือสิ่งที่นำพากระแสไฟฟ้าได้ดีที่สุด ^^ แต่พอตำราเขียนไว้แค่นั้นปุ๊บ ตำราก็จะบอกว่า เงินมีจุดหลอมเหลวต่ำ จึงทำให้ไม่เป็นที่นิยมนำมาใช้ในอุปกรณ์อิเล็กโทรนิค แต่ทองแดง คนนิยมนำมาใช้เป็นสื่อนำไฟฟ้ามากกว่าเงิน
จริงๆ แล้ว ถ้าขึ้นชื่อว่า "โลหะ" สามารถนำกระแสไฟฟ้าได้หมดครับ ต่างกันแค่ค่าความต้านทานกระแสไฟฟ้าและจุดหลอมเหลวของแต่ละธาตุครับ (ดังนั้น "น้ำ" เป็นโลหะครับ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ คือว่าก๊าซออกซิเจนและไฮโดรเจนสามารถนำกระแสไฟฟ้าได้อ่ะครับ) ^^ เคยสงสัยมั๊ยครับว่าทำไม "ฟิวส์" ถึงไม่ได้ทำมาจากทองแดง ทั้งๆ ที่ สายไฟภายในบ้าน ล้วนทำมาจากทองแดง ^^ "ฟิวส์" นั้น เนื้อหลักๆ ของมันทำมาจากตะกั่ว เพราะราคาถูกและถ้ากระแสไฟเกินกำหนดของฟิวส์ จนเกิดความร้อน ฟิวส์จะละลายครับ ทำให้ไม่เกิดไฟฟ้าลัดวงจร ^^ บ้านใหนใช้ลวดทองแดงแทนฟิวส์ เปลี่ยนออกนะครับ เพราะถ้าเกิดไฟลัดวงจรจนเกิดไฟไหม้ การไฟฟ้าไม่รับผิดชอบนะครับ เพราะถือว่าเป็นการดัดแปลงอุปกรณ์ของการใช้ไฟฟ้าครับ ^^
ทีนี้มาพูดถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคในชีวิตประจำวันของเรากันครับ ^^
เมื่อก่อนเรามีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคที่มีขนาดใหญ่มาก นั่นก็เพราะว่า เราใช้แร่ทองแดงหรือเหล็ก หรือแร่อะไรที่ขุดพบได้ง่ายมาทำสื่อนำไฟฟ้าในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิค ซึ่งแร่แต่ละตัวมีความสามารถในการนำไฟฟ้าที่ต่างกัน การนำมาใช้ย่อมต้องต่างกัน ผมขอยกตัวอย่างง่ายๆ ก็แล้วกันนะครับ (สมมุติให้เปรียบเทียบได้ชัดเจนนะครับ)^^
- เหล็ก 1Kg นำกระแสไฟฟ้าได้ 5 watt (สมมุตินะครับ)
- ทองแดง 0.75Kg นำกระแสไฟฟ้าได้ 5 watt (สมมุตินะครับ)
- ตะกั่ว 0.5Kg นำกระแสไฟฟ้าได้ 5 watt (สมมุตินะครับ)
- เงิน 0.00001g นำกระแสไฟฟ้าได้ 5 watt (สมมุตินะครับ)
โลหะแต่ละตัว สามารถนำไฟฟ้าได้ไม่เท่ากัน ดังนั้นการจะทำให้นำกระแสไฟฟ้าได้เท่ากัน จึงต้องเพิ่มมวล(น้ำหนัก)ขึ้นครับ ^^ แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น โลหะแต่ละตัวมีจุดหลอมเหลวในการทนความร้อนต่างกันครับ
- เหล็กมีจุดหลอมเหลวที่สูงมาก แต่นำกระแสไฟฟ้าได้น้อยกว่าทองแดงและตะกั่ว
- ทองแดงมีจุดหลอมเหลวที่สูง นำกระแสไฟฟ้าได้ดีกว่าเหล็กแต่ด้อยกว่าตะกั่ว
- ตะกั่วมีจุดหลอมเหลวต่ำ นำกระแสไฟฟ้าได้ดีกว่าเหล็กและทองแดง
- เงินมีจุดหลอมเหลวที่ตำมาก แต่นำกระแสไฟฟ้าได้ดีทีสุด
คงเข้าใจนะครับว่า เมื่อก่อนเราต้องใช้โลหะก้อนใหญ่ขนาดใหน เพื่อเอามาสร้างโทรทัศน์หรือวิทยุ ^^
ในยุคปัจจุบันนี้ เราค้นพบว่า โลหะเกือบทุกชนิด มีคุณสมบัติในการนำพาอิออนได้หมด ซึ่งในยุคถัดๆ มา เราใช้โลหะมาผสมกันเพื่อสร้างอุปกรณ์อิเล็กทรอนิค เพื่อให้มันมีขนาดเล็กลง
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิคชิ้นเล็กๆ เล็กมากๆ ใช้ทองคำและทองคำขาวมาเป็นสื่อนำกระแสไฟฟ้าครับ หรือไม่ก็ใช้ { เงิน ผสม ทองคำ ผสม ทองแดง } เพื่อสร้างตัวนำไฟฟ้าชนิดใหม่ขึ้นมา
ซึ่งในยุคยุคหนึ่ง ที่คอมพิวเตอร์ขนาดตั้งโต๊ะและโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิคขนาดเล็ก ออกมาใหม่ๆ พวกนั้นใช้ ทองคำ ทองคำขาว หรือทองคำผสมกับเงินครับ ทำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคครับ ^^ ขนาดของพวกอปกรณ์อิเล็กทรอนิคถึงได้มีขนาดลดลงไปมากเลย แต่ราคานี่แพงมากๆ เลย ^^
และหลังจากนั้นมา เราใช้ทองคำและทองคำขาวและเงินผสม เอามาทำอุปกรณ์ต่างๆ ที่เราใช้ในชีวิตประจำวันครับ ^^
ไม่ต้องแปลกใจครับว่า ทำไมทองคำถึงเป็นโลหะที่มีราคาแพงมากๆ มันไม่ได้มีเฉพาะความสวยงามจากความมันวาวของมันครับ ^^ มันเป็นโลหะที่นำกระแสไฟฟ้าได้เกือบพอๆ กับแร่เงิน แต่จุดหลอมเหลวสูงกว่าเงินเยอะและหาได้ยากมาก คุณค่าของมันมาจากตรงนั้นครับ
แต่ในยุคปัจจุบันนี้ เราพบว่า "โรเดียม" มีคุณสมบัติของขนาดที่สามารถนำกระแสไฟฟ้าได้ใกล้เคียงทองคำและทองคำขาว ^^ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิคในยุคปัจจุบัน จึงมีราคาถูกลง แต่ขาดซึ่งความเสถียร ^^
พวกผมจะใช้กรดบางตัวและวิธีการบางอย่าง เพื่อสกัดแยกแร่ธาตุพวกนี้ออกจากกันครับ ^^ อุปกรณ์บางชิ้นในบางยุค ใช้วิธีในการสกัดยากมากครับ ซึ่งถ้าสะกัดน้อยๆ ชิ้น มันขาดทุนครับ อิอิอิอิอิ พวกผมจะสะกัดทีละเยอะๆ เพื่อให้คุ้มค่ากับสารละลายที่ต้องเททิ้งครับ ^^
ผมขอเล่าให้ฟังแค่นี้นะครับ ^^ พอแค่อธิบายได้ว่า ทำไมอุปกรณ์ไฟฟ้าบางตัวถึงได้ราคาแพงจัง แล้วก็ทำไมมันถึงมีอาชีพรับซื้อโทรศัพท์เก่าเกิดขึ้นในบ้านเรา ^^ เพราะนั่นคือ นักเล่นแร่แปรธาตุ หรือ Alchemist ในยุคปัจจุบันนี้ครับ
ปล. พวกนี้มีความรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคมากครับ เขารู้ว่าโทรศัพท์รุ่นใหนมีทองมากหรือน้อยครับ ^^ อีกอย่างหนึ่ง เขาไม่ง้อนะครับ ถ้าไม่ขายเขา เพราะเขาสามารถไปหาเก็บเอาตามขยะหรือไปซื้อต่อตามร้านรับซื้อของเก่าได้ครับ ^^ นั่นเพราะคนทั่วไป แยกโลหะออกจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคพวกนี้ไม่เป็นครับ ^^ ซึ่งยังไงก็ต้องมีคนในบ้านเอามาทิ้งหรือไม่ก็ชั่งกิโลขายเป็นเศษเหล็กครับ ^^