นอกจากประเด็นของการระบาดของไวรัสโคโรนาที่กำลังระบาดอย่างหนักในตอนนี้แล้ว เรื่องสภาวะของการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลกก็ยังคงเป็นอะไรที่เราทุกคนยังต้องช่วยกันและทำทุกวิถีทางเพื่อจะลดอุณหภูมิของโลกที่สูงขึ้นให้ได้ เพราะความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นจะนำพาความหายนะครั้งใหญ่ให้กับมวลมนุษย์โลก อย่างที่พูดกันบ่อยๆ จะส่งผลกระทบต่อตัวเราทุกคนเริ่มจากสภาวะเศรษฐกิจที่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตที่สูงขึ้น และต้องเจอกับเหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติในรูปแบบต่างๆ
มีรายงานการศึกษาล่าสุดได้ระบุว่าจากสถานการณ์อุณหภูมิโลกในปัจจุบันที่เพิ่มสูงขึ้น ภายในปี 2100 ปะการังบนโลกจะสูญพันธุ์หายไปจากโลกชนิดที่เรียกว่าไม่มีเหลืออยู่บนโลกเลยแม้แต่สักแห่ง นักวิจัยธรรมชาติทางทะเลจากมหาวิทยาลัยฮาวาย ได้นำเสนอรายงานวิจัยที่ค้นพบในการประชุมว่าด้วยเรื่องของสภาพวิทยาศาสตร์ทางทะเลประจำปี ที่จัดขึ้นครั้งล่าสุดที่ ซานดิเอโก สหรัฐอเมริกา โดยได้ระบุว่าภายในปี 2100 จากอุณหภูมิของโลกที่สูงขึ้น และระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น จะส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของปะการัง ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับระบบนิเวศน์และสิ่งมีชีวิตทางทะเล โดยปะการังทั่วโลกจะถูกทำลายและสูญพันธ์ไปในที่สุดภายในปี 2100
ปะการังจะได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง จากการทำลายของมนุษย์ จากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรืทอ คาร์บอนไดออกไซด์ ที่ถูกปล่อยเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ นอกจากอุณหภูมิของน้ำทะเลจะสูงขึ้น จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีที่ทำให้สภาพน้ำทะเลเป็นกรด ซึ่งสภาพที่เราเริ่มเห็นในตอนนี้คือการเกิดของปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว ที่ปะการังเริ่มจะตาย และในที่สุดจะถูกทำลายและสูญพันธุ์ไปในที่สุด
จากปี 2014 ถึง 2017 ประมาณ 75 เปอร์เซ็นต์ของปะการังทั่วโลกได้รับผลกะทบและเกิดปะการังฟอกขาว และในช่วงปี 2016 ถึง ปี 2017 แนวปะการังที่สำคัญของโลกที่ตั้งอยู่ในทวีปออสเตรเลียถูกทำลายไปกว่าครี่ง อย่าคิดว่าอีกต้องหลายปีเพราะถ้าไม่ช่วยกันแก้ไขตั้งแต่วันนี้รับรองว่าจะไม่เหลืออะไรบนโลกที่จะสามารถอาศัยอยู่ได้เลย