ตอนที่ตัวเองประสบกับปัญหาชีวิตและเศรษฐกิจทางการเงิน บอกเลยว่าการหันหน้าไปพึ่งเพื่อนฝูงญาติพี่น้องหรือคนในครอบครัวพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดเป็นอะไรที่ลำบากใจเป็นที่สุด ไม่ต้องหวังพึ่งเรื่องเงินทองหรอกแค่การปรับทุกข์หรือระบายความทุกข์ก็รู้สึกไม่สะดวกใจที่พูดคุย โชคดีที่เป็นคนที่ค่อนข้างไม่มีความรู้สึกอยากยุ่งเกี่ยวกับใคร การประคับครองจิตใจตนเองเลยเป็นสิ่งที่ต้องทำเป็นอย่างแรก โชคดีว่ามีสัตว์เลี้ยงไว้เป็นเพื่อนคลายเหงา
เดิมไม่เคยคิดว่าจะเป็นคนที่จะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเพราะแต่ก่อนต้องเดินทางตลอดเวลา แต่มาตอนนี้กลายเป็นต้องเลี้ยงสัตว์เลี้ยงแบบจับพลัดจับพลูเพราะมีน้องหมาที่ไม่มีคนดูแลเลยต้องรับมาเลี้ยงมีความสุขด้วยกันได้ไม่นาน น้องหมาก็ต้องจากไปเพราะเจ็บป่วยโดยโรคชรา สัตว์เลี้ยงรอบที่สองจึงเป็นแมวจรจัดที่พลัดหลงจากแม่ ตอนนี้นี้เลยต้องบอกว่าประชากรบริเวณบ้านมีแมวเยอะมากๆ จากงานวิจัยพบว่าแมวก็เป็นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงที่ทำให้คนเลี้ยงมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น บรรเทาความเครียดความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้าใจ แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่ผู้เลี้ยงมีอาการแพ้ขนแมว
จากการสำรวจในประเทศสหรัฐอเมริกาพบ 1 ใน 3 ของคนอเมริกันเป็นภูมิแพ้ มีอาการแพ้แมวและสุนัข และมีจำนวนผู้ที่แพ้แมวมากกว่าสุนัขเป็นจำนวน 2 เท่า ส่วนคนไทยจากข้อมูลของคลินิกภูมิแพ้ โรงพยาบาลรามาธิบดี ที่เก็บข้อมูลในปี 2018 พบว่าคนไทยแพ้แมว 12.9 เปอร์เซ็นต์ แพ้สุนัขจำนวน 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น สำหรับอาการแพ้แมวนั้นส่วนใหญ่จะมาจากการแพ้ขนแมว การแพ้ขนแมวอาจมีสาเหตุมาจากสารก่อภูมิแพ้ที่มาจากผิวหนังของแมว สารก่อภูมิแพ้อาจติดมากับขนแมวขณะแมวเลียขนตัวเอง ขนอาจลอยขึ้นไปในอากาศ เราอาจจะมีโอกาสสูดดมหรืออนุภาคของสารก่อภูมิแพ้สามารถไปติดกับเสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ และที่นอนของเรา นั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้คนที่ไม่เลี้ยงแมวมีอาการแพ้ขนแมวได้เช่นกัน
สำหรับการป้องกันการแพ้ขนแมว คือการไม่เลี้ยงแมวเป็นดีที่สุด แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรไม่มีการเลี้ยงในบ้าน โดยเฉพาะห้องนอน ล้างมือทุกครั้งที่สัมผัสแมว ถ้ามีพรมควรนำพรมออกเพื่อลดการสะสมของขนแมว ดูดฝุ่นภายในบ้านเป็นประจำและใส่หน้ากากอนามัยขณะดูดฝุ่น อาบน้ำให้แมวอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง หรือแปรงขนทุกวันเพื่อลดเศษขนและฝุ่นละออง ที่สำคัญคนเลี้ยงควรออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อสุขภาพที่ดีอีกด้วย