สวัสดีครับผม วันนี้ผมนั่งแต่งภาพส่งไมโครสต็อกครับ ไม่ได้ส่งมาหลายวันเลย ฮ่าๆๆๆๆๆๆ ค่อยๆ อ่านไปครับเดี๋ยวก็เข้าใจว่าทำไมผมถึงไม่ได้ส่งภาพขายมาหลายวันแล้ว ^^
อาชีพสต็อกเกอร์คุณพี่ท่านหนึ่งได้เขียนเป็นบทความไว้ในบล็อกแล้วนะครับ พอดีผมจำชื่อพี่เขาไม่ได้ แถมที่ steemit ไม่ขึ้นชื่อเวลาใส่แอดเมลเหมือนเฟสอ่ะครับ ^^ แวะเวียนเข้าไปอ่านได้เลย ^^ หลักๆ คนทำอาชีพนี้ก็จะถ่ายภาพขายครับ ^^ ส่วนผมนี่ส่งทั้งภาพถ่ายและภาพกราฟฟิคและวีดีโอฟุจเทจครับ อ้อ!! ลืมว่าส่งเสียงเพลงด้วยครับ ^^ คือผมส่งขายมันทุกอย่างที่เว็บไมโครสต็อกเขารับอ่ะครับ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ (เว็บขายภาพเขาเรียกชื่อรวมๆ ว่าเว็บไมโครสต็อกครับ)
หลักๆ เลย ตอนนี้ผมส่งที่เว็บ shutterstock รองลงมาก็ fotolia , dreamtime , 123rf , getty image และ vectorstock แต่ที่ส่งประจำนี่ shutterstock ครับ ส่งไม่เคยขาด ^^ ที่ shutterstock นี่ ต้องขายภาพขั้นต่ำให้ได้รายได้รวม 35$ ถึงจะตัดยอดเบิกนะครับ เดี๋ยวนี้ผมก็สองเดือนตัดยอดเบิกที ไม่เหมือนตอนที่ทำครั้งแรกครับ 6-7 เดือน ถึงได้เบิก ^^
ตอนที่สมัครสอบเข้าเป็นช่างภาพที่นี่ครั้งแรก ผมสอบตกครับ โง่และไม่มีฝีมืออย่างหลายๆ คน ที่สอบผ่านเข้าไปก่อนได้กล่าวไว้จริงๆ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ ตอนนั้นเขามีเกณฑ์ว่า ต้องส่งสอบ 10 ภาพ และต้องผ่านเกณฑ์ 7 ภาพ ถึงจะสอบผ่าน (สมัยนี้ถ้าส่งภาพเดียวผ่านก็ผ่านแล้วครับ) ครั้งแรกที่สอบผมตกสิบภาพเลย เป็นเพราะผมโง่ภาษาอังกฤษเอง ผมอธิบายภาพเป็นภาษาอังกฤษแล้วอ่านไม่เข้าใจครับ ^^ กูเกิ้ลมันแปลไทยเป็นอังกฤษผิดพลาด ^^ ตอนสอบรอบสอง ผมส่งภาพเดิมทั้งสิบภาพ เข้าไปสอบใหม่ ^^ แต่คราวนี้เอากูเกิ้ลแปลกลับไปกลับมาหลายรอบ จนได้ความหมายไทย-อังกฤษที่ตรงกัน แล้วค่อยส่ง ^^ รอบสองนี่ผ่านทั้งสิบภาพครับ ^^
ตอนนั้นนี่เกลียดคนที่สอบผ่านได้ก่อนหลายคนมากครับ ^^ เขาเอาจำนวนภาพที่สอบผ่านมาถากถางกันถึงความกากของแต่ละคน ^^ สมัยนี้ก็ยังมีพวกถากถางและบั่นทอนจิตใจกันหลงเหลืออยู่ครับ สงสารแต่รุ่นพี่ดีๆ ที่คอยแนะนำและให้กำลังใจมากเลย ^^ อย่างว่าแหล่ะครับ เรื่องของธุรกิจมันไม่เข้าใครออกใคร ถ้าตัดคู่แข่งได้ มันก็โอเค ^^ บังเอิญตรงจุดนี้ผมไม่ได้มองใครเป็นคู่แข่ง ไม่ได้สนใจเลยว่าต้องทำภาพส่งมากส่งน้อย แล้วแต่อารมย์ครับ อิอิ ใครจะว่าผมสร้างผลงานเข้าไปถมในทะเลรูปภาพร่วมกับเขานี่ ไม่เคยสนใจครับ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ มันอยู่ที่ลูกค้าจะเลือกซื้อครับ ต่อให้ทะเลรูปภาพกว้างใหญ่แค่ใหนเขาก็ยอมเสียเวลาค้นหาภาพที่เขาต้องการครับ ^^
ปัจจุบันนี้ ผมก็ยังส่งภาพเข้าไปขายอยู่เรื่อยๆ นานๆ ถึงจะส่งวีดีโอไทม์แล็ปและไฮเปอร์แล็ปเข้าไปทีครับ ส่วนเพลงนี่เลิกส่งก่อน เพราะเขาดันขายขาดลิขสิทธิ์ มันไม่คุ้มครับ ไม่เหมือนภาพถ่าย ภาพกราฟิคและวีดีโอ อันนี้กินได้เรื่อยๆ แต่ถ้าขายขาดลิขสิทธิ์ก็ได้หลายตังค์อ่ะครับ ^^ เหมือนคนไทยที่ขายขาดรูปปลากัดให้ไอโฟน ไม่รู้เลยว่าเขาได้กี่ตังค์
ทุกวันนี้ผมก็ยังทำภาพส่งแบบเรื่อยเปื่อย ไม่มีแนวทางที่แน่นอนและชัดเจน เจออะไรก็ถ่ายครับ ^^ คือเคยมีประสบการณ์บ่อยอ่ะครับ จัดฉากถ่ายรูปอย่างสวยเลย แต่ภาพนั้นไม่เคยขายออก ไอ้ที่ขายออกดันเป็นภาพที่ถ่ายเรื่อยเปื่อยซะนี่ ^^ แต่ไม่ถ่ายเรื่อยเปื่อยซะขนาดนั้นนะครับ ^^
ทุกวันนี้ก็มีบ้างที่ถ่ายเรื่อยเปื่อย แต่เรื่อยเปื่อยแบบขายได้ครับ คือเรารู้ว่าภาพที่เราส่งไปเนี่ยคนเขาจะซื้อไปทำอะไรได้บ้าง ^^ อย่างกองขยะนี่ผมถ่ายบ่อยพอๆ กับกล้วยไม้เลย เดี๋ยวท้ายๆ จะบอกครับว่าคนเขาซื้อภาพไปทำอะไร ^^
ผมเป็นสต็อกเกอร์ที่ได้เปรียบสต็อกเกอร์คนอื่นมากแต่ก็ด้อยกว่าคนอื่นเยอะเลยเหมือนกัน ^^ นอกจากผมจะถ่ายภาพส่ง(บางทีก็แต่งภาพหรือไม่แต่งภาพก็มีครับ) ผมยังทำกราฟิกจากเวกเตอร์และ 3D ส่งด้วย และบางครั้งก็รวมทีมสต็อกเกอร์ออกไปจัดฉากถ่ายรูปส่งขายกันครับ ผลัดกันเป็นนายแบบเอาครับ แต่ผมติดปัญหาอย่างเดียวคือเรื่องภาษาอังกฤษครับ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ ทุกวันนี้ผมใช้กูเกิ้ลแปลภาษานานกว่าทำภาพกราฟิกอีกครับ ^^ ภาพในฮาร์ดิสค์ผมมีเป็นหมื่นๆ ภาพเลยที่ยังไม่ได้ส่ง เพราะติดที่ภาษานี่แหล่ะครับ ^^
ทีมสต็อกเกอร์อย่างทีมผมนี่ถือว่าโชคดีที่มาเจอกันครับ เวลาออกทริปถ่ายไมโครสต็อกนี่ พวกผมไม่ได้เรียกค่าใช้จ่ายจากอุปกรณ์ของกันและกันครับ ใครมีอะไรก็เอามา ใช้ร่วมกันได้เหมือนแฟลชกับเลนส์กล้องก็ใช้ครับ ^^ บางทีมีรุ่นน้องติดไปด้วย ก็ออกค่ากินค่าเดินทางให้ด้วยครับ ^^ แต่ให้น้องเป็นนายแบบเยอะหน่อย ฮ่าๆๆๆๆๆๆ แต่จริงๆ แล้ว มันเหมือนเรามาเรียนรู้ในวิชาถ่ายภาพของกันและกันมากกว่า พวกเราสอนวิชาให้กันและสร้างความไว้ใจกัน เพื่อนโยนงานถ่ายภาพให้กันด้วยอ่ะครับ ^^ เพราะบางทีเจองานชนกัน ไม่กล้าโยนงานให้ใครเพราะไม่ไว้ใจใจแนวทางการถ่ายภาพอ่ะครับ ^^
เดี๋ยวนี้ทีมงานสต็อกเกอร์พวกผมก็พอมีเวลาได้ช่วยเหลือกันบ้าง จนรายได้ในแต่ละเดือนของแต่ละคนเพิ่มขึ้นครับ ^^ เมื่อก่อนนี่สองเดือนผมจะเบิกได้ไม่ถึง 40$ แต่หลังลอยกระทงมานี่ได้ไม่ต่ำกว่า 45$ ครับ ^^ คนที่ทำสต็อกเกอร์จากทั่วโลกมีเยอะมากครับ ส่วนใหญ่นอกจากขยันส่งภาพและอดทน ก็ต้องมีไอเดียในการครีเอทผลงาน และต้องมองให้ขาดครับว่า ภาพที่ส่งขาย คนจะซื้อไปทำอะไร ^^
มาถึงตรงจุดนี้หลายคนคงจะสงสัยว่าไอ้อาชีพการขายภาพเนี่ย มันจะมีคนซื้อภาพไปทำอะไรเยอะแยะ ^^ เมื่อก่อนเขาก็ซื้อ (เรียกว่าขอเช่าลิขสิทธิ์จะถูกต้องกว่า เพราะภาพหนึ่งมันจะขายได้เรื่อยครับ) เขาเอาไปทำภาพประกอบหนังสือ โปรชัวร์ เว็บไซต์ โปสการ์ด โฆษณาทีวีและวิทยุ ฯลฯ เยอะแยะเลย เอาไปพิมพ์เสื้อก็มีครับ ^^ น้องในทีมงานผมถ่ายรูปแมลงวันตอมจานอาหารเน่าๆ ก็ได้ขายครับ คนซื้อเขาเอาไปทำใบโปรชัวร์เกี่ยวกับอหิวาตกโรคครับ ^^
ถ้าใครอยากลองถ่ายภาพขายภาพดูบ้าง หาข้อมูลในกูเกิ้ลได้เลยครับ มีเยอะแยะเลย ^^ เดี๋ยวนี้เขาก็เริ่มรับภาพที่ถ่ายจากมือถือแล้วครับ ^^ มันแค่ขึ้นอยู่กับว่า คุณจะมองภาพที่คุณถ่ายว่าจะมีจุดขายยังไงบ้าง และเขียนอธิบายภาพได้ชัดเจน คุณก็เป็นสต็อกเกอร์ได้แล้วครับ ^^
จะว่าไปแล้ว ไม่ใช่แต่ไมโครสต็อกเกอร์หรอกครับ ที่ใช้ความขยัน อดทน พยายาม และความคิด ^^ ทุกอาชีพรวมไปถึงอาชีพเสริมที่ steemit ก็เช่นกันครับ ^^ ไม่มีทางลัดใดที่ไม่ลงทุนลงแรงครับ ^^ เราโชคดีที่มีคนไทยที่เป็นรุ่นพี่ใน steemit มาก่อน พอให้สอบถามได้ครับ ^^ ตอนนี้ถ้าใครเก่งภาษาอังกฤษ ผมแนะนำว่าลองทำวีดีโอแนะนำท่องเที่ยว หรือการเกษตร หรืออะไรก็ได้ครับ เป็นพิธีกรเองเลย ^^ ลองดู แล้วคุณจะรู้ว่าการก้าวกระโดดบน steemit. เป็นไง ^^ อย่าไปแคร์เรื่องรูปร่างหน้าตาครับ ^^ ผมยังถ่ายภาพตัวเองขายในไมโครสต็อกได้เลยครับ อิอิ หรือใครอยากร้องเพลงก็ลองดูนะครับ อิอิ