สวัสดีค่ะเพื่อนๆทุกท่าน
ต่อจากเมื่อวานกันเลยนะค่ะเพื่อนๆ หลังจากที่เดินทางไปถึงโรงพยาบาลก็มืดพอดีเลย โรงพยาบาลนี้เป็นลักษณะเอกชนกึ่งรัฐบาล และเป็นสถานศึกษาของนักเรียนหมอ พอถึงปุ๊บก็มีบุรุษพยาบาลเข็นรถมารับทันที จากนั้นก็สอบถามพูดคุยกันสักพัก ปรากฎว่าว่าผิดตึก เอ้า ก็ต้องขึ้นรถอีกรอบจากนั้นก็วนไปอีกตึก คือตอนนี้อาการเจ็บจะเป็นแค่ตอนเดินเท่านั้น ถ้านั่งแล้วก็ปกติไม่เจ็บปวดอะไร คิดว่าน่าตรวจแล้วก็กลับบ้านได้เลย พอมาถึงแผนกที่ถูกต้องล่ะ ไม่ผิดอีกแล้วนะ ก็ลงไปทำบัตรและก็นั่งรอเรียกคิว ตอนทำประวัติเราก็เอาเอกสารที่ไปตรวจเมื่อเช้ามาให้หมอดู จากนั้นนั่งรอไม่นาน พยาบาลก็ออกมาเรียกให้เราเข้าไปเปลี่ยนเป็นผ้าถุง จากนั้นก็ให้เราไปนอนรอที่เตียงสำหรับตรวจภายใน รออยู่อีกสักพัก ก็มีหมอผู้หญิงเดินเข้ามาคุยกับพยาบาลจากกันก็ทำการสำรวจภายใน คืออยากจะบอกว่ามันเจ็บและทรมานมากจริงๆค่ะได้แต่กัดฟันทนจนทุกอย่างผ่านไปแล้ว หมอก็บอกว่าไม่มีอะไรผิดปกติ ช่องคลอดสะอาดดี เพียงแต่เพิ่งคลอดน้อง น้ำคาวปลายังไม่หมดเท่านั้นเอง เมย์ก็เลยเริ่มอธิบายแบบงูๆปลาๆเป็นภาษาอังกฤษ ว่า เออ หมอค่ะดิฉันก็รู้สึกเจ็บล่ามมาตรงนี้ด้วยนะค่ะ จากนั้นหมอก้ตรวจดู ด้วยการกดแล้วก็ปล่อยมืออย่างรวดเร็ว โอ้ยแม่เจ้า คราวนี้น้ำตาจะร่วงค่ะ คือเจ็บมากๆๆๆๆ😁 จนตัวกระเด้งขึ้นตามมือหมอ ประมาณว่า ได้โปรดอย่าปล่อยมือจากฉัน กันเลยทีเดียว และหมอก็ให้ออกไปอีกห้องเพื่อเจาะเลือด และเค้าก็ได้ทั้งเลือดและเนื้อตรงช่องคลอดไปตรวจ ตอนนี้เวลาราว 3 ทุ่มกว่าๆ แต่ก็ยังมีคนไข้ คนรอคลอด มาเรื่อยๆคือไม่เหงาเลย ราวๆเกือบ 2 ชั่วโมง พยาบาลก็มาเรียกให้เข้าไปรอในห้องตรวจอีกครั้ง ข้างๆเตียงก็จะมีคนรอคลอด เห็นแล้วก็ให้คิดถึงหมวยๆขึ้นมา แต่คือตอนนี้เพลียมากตาก็อยากจะหลับ แต่อากาศก็หนาวจน หนาวเข้ากระดุกเลยทีเดียว ใครไม่เป็นไม่รู้หรอกว่ามันทรมานมาก หนาวแบบนี้คือสามารถชักตายได้เลย และเมย์ก็เป็นบ่อยตั้งแต่คลอดลูกมา มันทำให้เมย์ไม่ชอบหน้าหนาว หรือช่วงฝนตกเพราะอากาศเย็นอาการก็จะมาเลยค่ะ หลังจากที่นอนรอก็จะมีเหมือนหมอฝึกหัดเดินเข้ามาและก็ถามว่าเจ็บตรงไหน เราก็ชี้ให้ดูและบอกว่าตรงนี้ จากนั้นเค้าก็กดอีกค่ะและก็ยังคงเจ็บเหมือนเดิม กดอยู่แบบนั้นและก็ถามแบบนั้นอีก 4-5 จนแน่ใจ แล้วก็บอกว่าน่าจะเป็นไส้ติ่ง อาจจะต้องผ่าตัดนะ คือได้ยินแล้วอึ่ง เป็นไปได้ไง และก็คิดว่ายังมีความโชคดีอยู่ตรงที่เราไม่เป็นตอนใกล้คลอดน้องหรือเป็นตอนตั้งครรภ์ เพราะอาจจะอันตรายกว่านี้ก็ได้ จากนั้นก็นอนรอเค้าย้ายเราไปห้องพักคนป่วย หมอก็คุยกับสามี มาถึงตอนนี้สามีอัดบุหรี่ยิ่งใหญ่ตกใจ เพราะถ้าปล่อยไว้คงแย่แน่ เพราะหมอบอกว่าไส้ติ่งน่าจะแตกแล้ว
หลังจากที่เข้ามาห้องพักฟื้น ก็เกือบเที่ยงคืนล่ะ นมก็คัด จะเอานมออกอย่างไง ไหนท้องก็เริ่มปวดอีกแล้ว พอถึงก็เปลี่ยนชุดของโรงพยาบาล จากนั้นสิ่งแรกคือ พยาบาลเดินมาจิ้มเข็มรอก่อนเป็นอันดับแรก เราก็ว่าไม่ได้ให้น้ำเกลือจะมาแทงอะไรเร็วจัง เกะกะค่ะ จากนั้นก็มาวัดไข้ วัดชีพจร ก็ปล่อยให้นอนพัก และหมอก็เดินมาแจ้งว่าพรุ่งนี้เช้าเราจะทำการผ่าตัดให้นะคะ จากนั้นก็ทำการไล่สามีเรากลับบ้านค่ะ อืม คือ เราจะต้องอยู่คนเดียวอีกแล้ว เรื่องใหญ่มากคือภาษาเราไม่แข็ง ตายๆ ถ้าเค้าถามอะไรสำคัญๆจะตอบอย่างไงล่ะเนี้ย เอ้าๆ คิดไปได้ไม่นานก็หลับค่ะ พอเริ่มเจ็บก็ตื่น นมก็ไหล เจ็บหมด คิดว่าจะไข้ ผิดคาด อึดกว่าที่คิดค่ะพี่น้อง ราวตีห้า พยาบาลก็เริ่มเอายา เอาน้ำเกลือมาใส่ สายอาหารก็มา ราว แปดโมงเช้า ขบวนหมอฝึกหัดและอาจารย์หมอก็พากันเดินพาเหรดมาตรวจที่ล่ะเตียงๆ จนมาถึงเตียงเมย์ เอาอีกแล้ว กดท้องอีกแล้ว คิดในใจ ยังไม่แน่ใจอีกหรือว่าเป็นไส้ติ่งอ่ะ ฮ่าๆๆ😁 และก็บอกว่าเราจะผ่าตัดให้นะค่ะ รอช่วงบ่ายนะคะ เอาอีกแล้วเลื่อนอีกแล้ว เอ้านอนก็นอนรอไป จนเกือบบ่ายสอง ก็มีเตียงมารอรับตัวเพื่อย้ายไปยังห้องผ่าตัด จากนั้นสามีก็โทรเข้ามาบอกว่าให้เตรียมตัวนะ ทำใจให้สบายไม่ต้องกังวลเรื่องอะไรทั้งนั้น ตอนแรกก็กังวลเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะเราคนไทยมาป่วยต่างบ้านต่างเมือง แต่หมอก็ดีนะค่ะ เค้าก็ให้นักศึกษาแพทย์ตรวจสอบสิทธิที่เราจะได้รับจากการที่เราแต่งงานกับคนประเทศเค้าด้วย จนโอเคทุกอย่างลงตัวก็ได้เวลาต้องเข็นเข้าห้องผ่าตัดแล้ว พพยาบาลก็จะมาถามว่าเราชื่ออะไร ถามหมายเลขพาสสปอร์ตเรา และบอกให้เราจำไว้ได้ดีนะ ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่าจะต้องจำไปทำอะไร เราก็ทำตามที่เค้าบอก รีบท่องและจำอย่างรวดเร็ว พอเรียบร้อยเค้าก็เข็นเราเข้าห้อง ด่านแรกคือ เจอหมอ 3 คนก่อนเลย สอบถามประวติ ถามชื่อ ถามเลขพาสสปอร์ต ถามว่าเราเป็นไส้ติ่งใช่ไหม ต้องทำการผ่านะ และถามอะไรอีกอย่างที่เราไม่แน่ใจความหมาย เราก็ตอบว่าตกลง หมอแกก็ยิ้มกันและก็ให้เราเซ็นต์ชื่อ คิดในใจตายล่ะ ตอบอะไรผิดป่าวหว่า กลัวเหมือนกันค่ะ จากนั้นก็เอาขึ้นเตียงผ่าตัด เปลี่ยนชุดเตรียมพร้อม พูดคุย สักพักฉีดยาและบอกว่า ให้เราทำตัวสบายๆแล้วจะหลับแล้วนะคะ่จากนั้นหมอก็ก็จับๆกดๆตรงใต้คางเราจากนั้นก็ไม่รู้สึกอะไรอีกเลย
แล้วก็มีเสียงแววๆ เรียกชื่อเราหลายครั้งมาก และเราก็สลึมสลือตื่นขึ้นมาจากนั้นเค้าก็แน่ใจว่าเราตื่นแล้ว ก็หยุดเรียก ตอนนั้นแหล่ะที่เรารู้สึกได้ว่ามีอะไรแปลกปลอมในร่างกาย แต่ไม่คิดว่าจะเป็นเจาะท้องด้านข้างและเอาสายยางใส่เข้าไป หมอมาบอกว่า ไส้ติ่งมันแตก และหมอผ่าตัดด้วยการส่องกล้อง ดังนั้นจึงมี 3 แผล คือตรงใต้สะดือ ห่างจากใต้สะดืออีกประมาณฝ่ามือ และตรงท้องด้านขวาเอาสยยางใส่เพื่อเอาน้ำเลือด น้ำหนองออก แต่ที่พักมา สามวัน ก็มีออกนิดเดียวคือหมอบอกสะอาดดี
ตอนที่พักฟื้น เมย์ยาฆ่าเชื้อวันล่ะเกือบ 6 ขวด ยาพารา ยาแก้ปวด ยาฆ่าเชื้อเนี้ยเรียกว่าใส่ทางสายยางไม่ถึง 5 นาทีหมดค่ะ คือปล่อยเร็วมาก บางทีไม่คิดว่าจะเร็วหลับตาไปเดี๋ยวเดียว เลือดไหลย้อยขึ้นแล้ว คือถ้าใส่ยาฆ่าเชื้อห้ามหลับ เตรียมกดออด เรียกพยาบาลเลยคะ
วันที่สามแล้วหมอมาตรวจและอนุญาตให้กลับบ้านได้ และก็มาถึงตอนเจ็บตัวอีกครั้งคือ ตอนดึงสายยางออกเนี่ยแหล่ะค่ะ เพราะดึงสดๆเลย มันจะรู้สึก ร้อนๆและจุกในท้องมาก ตอนแรกคิดว่าจะยาวนิดเดียว ที่ไหนได้ ยาวเกือบไม้บรรทัดเลยทีเดียว พอดึงออกมาหมดแล้วก็ล้างแผลและปิดด้วยผ้าก็อต ไม่มีการเย็บ เราไม่เคยเนอะ ก็กลัวเลือดจะไหล ออกมาไหม สาระพัด สุดท้ายก็กลับมาอยู่บ้านแม่สามีก็ช่วยดูหมวยน้อยให้ ทีนี้น้ำนมไม่มีแล้วค่ะ หมวยเลยต้องกินนมผงมาจนทุกวันนี้เลย แต่นางก็แข็งแรงดี
เนี้ยคือประสบการณ์ป่วยในต่างแดนของเมย์ ถ้าให้ดีก็อยากจะสุขภาพแข็งแรงไม่เจ็บไม่ไข้ เพราะที่นี้เค้าไม่ให้คนเฝ้า ดีที่ทุกอย่างผ่านมาด้วยดีฮ่าๆๆๆ
เป็นไงค่ะเรื่องเล่าที่แสนจะยาว แต่ภาพถ่ายมีแค่นี้จริงๆค่ะ
สำหรับวันนี้เมย์ต้องขอจบเรื่องเล่าเท่านี้นะค่ะ เจอกันโพสต์หน้าค่ะเพื่อนๆ บ้ายบายค่ะ