สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ชาว Steemians ทุกท่าน
สบายดีวันสุข.... วันศุกร์ที่ 8 มี.ค.62 กลับมาพบกันอีกแว้วววว.... วันเวลาช่างผ่านไปเร็วแท้.... ยังรู้สึกว่าเพิ่งจะผ่านปีใหม่มาได้ไม่นาน แพร๊บๆ จะสงกรานต์อีกแล้ว แต่ก่อนจะถึงวันสงกรานต์ วันที่ 24 มีนาคม 2562 เพื่อนๆ ที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง อย่าลืมไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงของท่านกันเยอะๆ นะคะ อยากเห็นบ้านเมืองมีความเปลี่ยนแปลง เรื่องการเมืองคุยแค่นี้พอโน๊ะ.... เอาแค่หอมปากหอมคอ ถ้ายาวไปอาจจะมีมาม่า อิอิ....
มาเข้าเรื่องการประกวดครั้งใหม่ของ ซึ่งเป็นการประกวดภาพถ่าย Countryside Lifestyle Photography Contest เป็นภาพถ่ายไลฟ์สไตล์ของคนชนบท หรือวิถีชีวิตชนบท กันดีกว่า ก็เป็นภาพเก่าเล่าใหม่อีกเช่นเคย ภาพเน้.... เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ตอนที่บัวและสามีไปเที่ยวบ้านน้องสาวที่อยู่จังหวัดตาก ก็เลยแวะไปเยี่ยมเยือนเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ ซึ่งเคยวิ่งเล่นมาด้วยกันตั้งแต่สมัยเป็นเด็กน้อย ถึงแม้ว่าตอนนี้แต่ละคนจะมีเส้นทางเดินที่แตกต่าง แต่สายสัมพันธ์ของความเป็นเพื่อนก็ยังคงอยู่ เพื่อนบัวทำสวนผักอยู่ที่ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ซึ่งจังหวัดตากเป็นแหล่งที่ปลูกผักแหล่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เพราะว่าบนเขานอกจากดินดีเหมาะแก่การเพาะปลูก น้ำท่าก็อุดมสมบูร์แล้ว อากาศยังดีเหมาะแก่การเจริญเติบโตของผัก อำเภอพบพระจึงปลูกพืชเศรษฐกิจกันแทบทุกบ้าน ก็เป็นวิถีชีวิตของชาวเกษตรกร
กระหล่ำดอกใหญ่ม๊วกกกก.... เพื่อนของบัวปลูกเฉพาะแปลงนี้ประมาณ 30 ไร่ค่ะ เรียกได้ว่าปลูกผักทั้งภูเขาเลยก็ว่าได้
ผืนดินสีเขียวตัดกับท้องฟ้าสีคราม บรรยากาศดีฝุดๆ เห็นผักงามๆ แล้วดีใจแทนเพื่อนมากๆ ค่ะ ผักที่นี่ส่งขายตลาดสี่มุมเมือง จะมีพ่อค้าแม่ค้ามาเหมาสวนเลยค่ะ ไม่ต้องไปนั่งขายตามตลาด
แรงงานที่นี่จะเป็นชาวพม่าทั้งหมดค่ะ เพราะค่าแรงถูก ทำให้ประหยัดต้นทุนไปได้พอสมควร แรงงานที่สวนของเพื่อนเป็นแรงงานที่ถูกกฎหมาย เพราะเพื่อนไปขึ้นทะเบียนแรงงานให้ลูกจ้างด้วย ไม่งั้นตำรวจจับได้จร้าาาา....
ชีวิตเกษตรกรต้องมีความอดทนแค่ไหน เพราะกว่าที่ผลผลิตจะออกสู่ตลาดได้ ต้องผ่านหลายขั้นตอน และใช้เวลานาน เพื่อนเล่าว่า ช่วงฤดูร้อนผักจะขายได้ราคาดี เพราะตลาดมีความต้องการมาก แต่คนปลูกน้อยทำให้ผักได้ราคาดี แต่ถ้าเป็นช่วงฤดูฝนผักก็จะราคาถูกมากๆ บางครั้งถึงกับขาดทุนก็มี เพราะผักมีมากกว่าความต้องการของตลาด
ชีวิตในชนบท เป็นชีวิตที่ดูเหมือนไม่ต้องเร่งรีบสักเท่าไหร่ อากาศดี อากาศบริสุทธิ์ การได้อยู่กับธรรมชาติก็ช่วยบำบัดจิตใจให้เราอ่อนโยนลง การที่เราได้เห็นท้องฟ้ากว้าง แมกไม้ และภูเขา มันทำให้เราสดชื่นได้จริงๆ นะ ส่วนตัวบัวอยากกลับไปอยู่ต่างจังหวัด แต่คุณสามีอยากอยู่ใกล้ทะเล บัวอยากไปใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ ไปใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ ตื่นเช้ามาได้สูดอากาศที่บริสุทธิ์ จริงๆ ทุกวันเน้.... ก็ใช้ชีวิตค่อนข้างจะสโลว์ไลฟ์ เพราะว่าไม่ได้ทำงานประจำ สงสารก็แต่คุณสามีที่ทำงานเกินวันละ 12 ชั่วโมงต่อวัน แทบจะไม่มีเวลาพักผ่อนเลย ซึ่งตรงกันข้ามกับบัวมากๆ แบบเน้.... ต้องหาเวลาไปพักร้อนซะแล้ว....
ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่ให้กันเสมอมา
แล้วเจอกันโพสต์หน้าจ้า เลิฟนะยู้วววว....