สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ทุกคน
เมื่อโพสต์ที่แล้วบัวก็ได้เกริ่นๆ มาแล้วว่าวันอาทิตย์ที่ผ่านมาบัวได้ออกไปเปิดหูเปิดตานอกบ้าน กับขับรถกกินลมชมวิว แวะจอดตามชายหาดต่างๆ แล้วก็มาเจอทุ่งทานตะวันอยู่ริมทะเล ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นทุ่งทานตะวันที่ใหญ่เหมือนๆ แถวลพบุรี แต่ก็สวยงามไม่แพ้กัน เพราะแบล็คกราวน์ด้านหลังเป็นวิวทะเลคร้าาาา..... คุณผู้ชม ซึ่งต้องบอกเลยว่าน้ำทะเลราวกับกระจกเลยทีเดียว ผู้คนไม่พลุกพล่าน จะถ่ายรูปมุมไหน ใช้เวลานานแค่ไหนก็ได้ เพราะที่นี่เป็นของเรา 555
หาดไตรตรัง เป็นชายหาดเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากหาดป่าตอง แต่ความเงียบสงบนั้นต่างกันราวฟ้ากับเหว ยิ่งตอนนี้มีโควิดระบาดยิ่งเงียบหนักเข้าไปอีก หาดไตรตรังเป็นหาดที่อยู่ในหุบเขา เวลาไปต้องขับรถมาบนภูเขาที่สูงชัน อันนี้อาจจะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งด้วยที่ผู้คนไม่ค่อยพลุกพล่าน
ตอนที่ถ่ายรูปทุ่งทานตะวัน ใจก็อยากจะเล่นน้ำทะเลด้วย แต่ว่าไม่ได้เตรียมบิกินี่ไปด้วย แล้วอีกอย่างอากาศร้อนอย่างแรง แค่เห็นแดดก็เพลียแล้ว แต่ตรงข้ามกับดอกทานตะวัน นางหันหน้าแสงตะวันสู้จร้าาาา.... เอาเช้!!!.... ไม่ยอม แสงตะวันขึ้นทางไหนนางจะรีบหันหน้าเข้าหาอย่างรวดเร็ว
เรามาดูตำนานเกี่ยวกับดอกทานตะวันกันดีกว่า ดอกทานตะวันมีที่มาจากตำนานกรีกโบราณ เป็นเรื่องของเทพธิดาองค์หนึ่งชื่อว่า ไคลที ความงามของเธอคนนี้เป็นที่หมายปองของเทพหนุ่มมากมาย แต่เธอคนนี้ก็ไม่สนใจ จนวันหนึ่งท้องทะเลปั่นป่วน พายุได้พัดไคลที ซึ่งปกติจะอยู่ใต้ทะเลให้ขึ้นมาบนฝั่ง ตอนนั้นเองที่เธอได้พบดวงอาทิตย์ หรอเทพอพอลโลเป็นครั้งแรก ไคลทีตกหลุมรักดวงอาทิตย์ทันที เธอเฝ้ามองมันอยู่แบบนั้นติดต่อกันถึง 9 วัน แต่ก็ไม่เคยได้รับความสนใจ จนกระทั่งเทพองค์อื่นๆ เริ่มสงสารและเห็นใจ พวกเขาเปลี่ยนให้ไคลทีกลายร่างเป็นดอกไม้ ซึ่งดอกไม้ที่ว่าก็คือดอกทานตะวันนั่นเอง
ส่วนความหมายในด้านของความรัก ดอกทานตะวันนั้นสื่อถึงความรักและมั่นคง เหมือนกับไคลทีที่เฝ้ามองเทพอพอลโลไม่ไปไหน ดังนั้นการที่เรามอบดอกทานตะวันให้ใคร จึงหมายถึงการที่เราบอกผู้รับว่า ความรักของฉันที่มีให้เธอจะมั่นคง ไม่เปลี่ยนแปลง เหมือนที่ดอกทานตะวันเฝ้ามองดวงอาทิตย์เสมอไป นอกจากความหมายซึ้งๆ แบบนี้แล้ว ดอกทานตะวันยังใช้สื่อถึงความร่าเริง สดใส และความสุข
ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่ให้กันเสมอมา
แล้วเจอกันโพสต์หน้าจ้า เลิฟนะยู้วววว....