เช้าวันหนึ่งหลังคืนฝนตกหนัก ท่ามกลางความชุ่มชื้นของไอน้ำ และแสงแดดอ่อนๆ อากาศกำลังเย็นสบาย ไม่ร้อนไม่หนาวจนเกินไป...ได้ยินเสียงนกต่างสายพันธุ์ ส่งเสียงร้องทักทายกันเจื้อยแจ้วตั้งแต่เช้าตรู่ เราเปิดประตูออกไปเพื่อเตรียมตัวปฏิบัติภารกิจในยามเช้าตามปกติ... ทันใดนั้น... สายตาก็เหลือบไปสะดุดเข้ากับเจ้านกน้อยสีสันสดใสตัวหนึ่ง ที่นอนนิ่งอยู่บนพื้นดินเบื้องหน้า... นึกสงสัยว่าเพราะเหตุใดหนอ เจ้านกน้อยตัวนี้จึงมานอนนิ่งอยู่ที่นี่.. แทนที่จะไปบินเล่นและร้องเพลงสนุกสนานอยู่กับเพื่อนๆ ...
หลังจากลองเอื้อมมือไปสัมผัสและตรวจสอบดูพบว่า..เขาได้สิ้นลมหายใจไปเสียแล้ว.. ร่างกายของเขายังนิ่มและอุ่นอยู่ ดวงตายังมีแววสดใสเป็นประกาย... ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเขาน่าจะหมดลมหายใจไปไม่นานก่อนที่เราจะออกไปพบ... ไม่แน่ใจนักว่าอะไรเป็นสาเหตุที่คร่าชีวิตของเขา แต่ดูจากรูปการแล้ว... ก่อนหน้าที่จะหมดลมหายใจเขาน่าจะบาดเจ็บและหมดแรง.. ทำให้ไม่สามารถบินต่อไปได้... รู้สึกสงสารขึ้นมาจับใจ.. เจ้าคงจะเจ็บปวดอยู่ไม่น้อยก่อนสิ้นลม.. แม้ว่าจะจากโลกนี้ไปแล้ว... แต่เจ้าก็ช่างดูงดงามเหลือเกิน...
ด้วยรูปร่างและสีสันที่สวยงามสะดุดตา ทำให้เราอยากจะรู้ข้อมูลเกี่ยวกับเขาให้มากขึ้น จึงได้ทำการบันทึกภาพและวัดขนาดลำตัวของเขาไว้เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการศึกษาเพิ่มเติม ก่อนที่จะนำร่างของเขาไปฝังลงดิน ณ ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลออกไป
หลังจากนั้นเราก็ทำการหาข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับนกน้อยตัวนี้ ทำให้ได้ทราบว่า เจ้านกน้อยนี้มีชื่อว่า “นกสีชมพูสวน” หรือ มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “Scarlet – Backed Flowerpecker” ก็ยังแอบสงสัยต่ออีกว่า ทำไมเป็น “สีชมพูสวน” ทั้งที่จริงแล้วสีของเขาออกเป็นสีส้ม-แดงมากกว่าสีชมพูเสียอีก จึงไปค้นคว้าต่อเพิ่มเติมจนพบกับข้อมูลในเว็บไซต์หนึ่งของ Oknation ก็เลยได้คำตอบแล้วค่ะว่าเพราะอะไร ข้อมูลตามเว็บไซต์นี้กล่าวไว้ว่า...
Source
"... หากจัดอันดับ “นกบ้านๆ” ที่สวยที่สุด ชนิดที่ติดทำเนียบลำดับต้นๆในใจของหลายคนคงไม่พ้น “นกสีชมพูสวน” เพราะตัวผู้ของนกตัวจิ๋วชนิดนี้มีแถบสีแดงสดตลอดแนวกลางหลัง ตัดกับลำตัวสีดำขลับที่ยามต้องแสงจะออกสีเหลือบน้ำเงิน โดยเฉพาะบริเวณปีก นักดูนกแทบทุกคนต้องมีความสงสัยเรื่องที่มาของชื่อสีชมพูสวน ในเมื่อมันไม่ได้มีส่วนไหนของร่างกายสีชมพูเหมือนชื่อเลยแม้แต่นิดเดียว!
นกสีชมพูสวนมีชื่ออังกฤษว่า Scarlet-backed Flowerpecker ตามสีแดงสดบนหลังซึ่งเป็นจุดเด่นของนกเพศผู้ ส่วนเพศเมียมีลำตัวสีน้ำตาล มีสีแดงเพียงแค่บริเวณตะโพกเท่านั้น นกวัยเด็กมีลำตัวสีน้ำตาลเหมือนตัวเมีย แต่มีโคนปากสีส้มแทนที่จะเป็นสีเงิน เพศผู้วัยเด็กจะมีขนสีแดงแซมตามกระหม่อมและหลังมากน้อยตามอายุ สาเหตุที่มันถูกตั้งชื่อว่านกสีชมพูสวนก็น่าจะเป็นเพราะสีแดงนี้เอง แต่เมื่อคำว่า “สีชมพู” ฟังดูคล้องจองกว่าเป็นไหนๆ มันจึงถูกเรียกว่านกสีชมพูสวนตลอดมา แทนที่จะถูกเรียกตามชื่ออังกฤษแบบที่ย่อๆว่า “นกกาฝากหลังแดง”
เหตุที่นกกินน้ำหวานจำพวก Flowerpecker ถูกเรียกว่า “นกกาฝาก” เพราะพวกมันชอบกินลูกไม้ด้วย พวกมันเป็นทั้งนักผสมเกสรและนกขยายพันธุ์พืชที่มีประสิทธิภาพมาก หลังกินผลของต้นกาฝากเข้าไป มันจะถ่ายเมล็ดกาฝากที่มียางเหนียวๆช่วยในการยึดเกาะกิ่งไม้ใหญ่ เพื่อที่จะงอกและโตเป็นต้นใหม่ต่อไป
นกสีชมพูสวนในประเทศไทย ตามปกติจะมีสีขาวโพลนที่ด้านล่างลำตัว ตั้งแต่บริเวณโคนปากไปจนถึงก้น บริเวณขอบหัวปีกสีขาว แต่นกที่พบบนเกาะบอร์เนียวจะมีคอและลำตัวสีดำ มีสีขาวจำกัดอยู่ที่กลางท้องและก้นเท่านั้น มันเป็นนกกาฝากที่ปรับตัวให้อยู่อาศัยตามสวนและในเมืองได้ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับประเทศไทยพบได้ง่ายมากในทั่วทุกภาค… "
ตามข้อมูลที่ยกมานี้ เจ้านกน้อยตัวนี้น่าจะเป็นเพศผู้เต็มวัยแล้วค่ะ เพราะมีขนสีแดงปริมาณในมากขึ้นแซมทั่วไปบนกระหม่อมจนถึงกลางหลัง และถ้าจะให้สันนิษฐานต่อตามสัญชาตญาณนักสืบของ แล้วล่ะก็... เราคิดว่าเขาน่าจะต่อสู้กับตัวผู้ตัวอื่นใน “ศึกชิงนาง” ค่ะ... เข้าในทำนอง “พลีชีพเพื่อรัก” ฟังแล้วเศร้าซึ้งกินใจมากนะคะ...แต่นั่นก็เป็นไปตามสัญชาติญาณการสืบเผ่าพันธุ์เพื่อการอยู่รอดของพวกเขาค่ะ ซึ่งคงจะไม่ได้มากไปด้วยความยึดติดและกิเลสในเรื่องรักในแบบที่มนุษย์เราคุ้นชินกันหรอกนะคะ... คุณว่าไหม ?
“ I would like to praise the Love and Beauty of nature "
ขอบคุณสำหรับทุกการติดตาม อัพโหวด และคอมเม้นต์
สิ่งเหล่านี้จะเป็นกำลังใจให้เราสามารถสร้างโพสต์ที่ดีออกมาได้อย่างต่อเนื่อง
Thankful for all followers, upvotes and comments,
you give me energy to create more good posts.