ช่วงเทศกาลถือศิลกินผักหรือเทศกินเจมักได้รับความสนใจอย่างมากทั้งในไทยและต่างประเทศ มีการจัดงานเทศกาลยาวนานถึง9วัน เริ่มต้นตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ ถึง ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีนของทุกปี ช่วงนี้ผู้คนที่สนใจการกินอาหารเจ หรืออยากลด ละเลิกเนื้อสัตว์ จะร่วมเทศกาลโดยการหยุดกินเนื้อสัตว์ โดยมีจุดประสงแต่ต่างกันไป ทั้งเพื่อสุขภาพ กินด้วยจิตเมตตาสงสารสัตว์ ไปจนถึงกินเพื่อเว้นกรรม ในขณะที่มีการเลิกกินเนื้อสัตว์ละ เว้นการฆ่าอยู่ในช่วงนี้ ฉันก็ได้อ่านเรื่องราวที่แชร์มาในสื่อออนไลน์เรื่อง กินเนื้อสัตว์ไม่ได้บาป การกินเจไม่ได้บุญ เป็นเรื่องราวที่อธิบายถึงการกินเนื้อสัตว์ไม่บาปเพราะไม่ได้ฆ่าเอง ฉันอ่านแล้วก็สนใจจึงไปค้นข้อมูลและเรื่องราวส่วนอื่นรวมถึงประสบการณ์จากตัวฉันด้วย แล้วได้หยิบยกเนื้อหาบางตอนของเรื่องนี้มาพูดคุยกัน
หลังจากที่ฉันได้อ่านเรื่อง"กินเนื้อสัตว์ไม่ได้ปาบ" ที่มักจะเห็นทุกๆปีในช่วงเทศกาลกินเจ เพราะเขียนขึ้นเกี่ยวกับการกินเจที่ผู้คนกำลังให้ความสนใจ ใจความเริ่มต้นว่า "กินเจ"ไม่ใช่การทำบุญ "กินเนื้อสัตว์"ไม่ใช่การทำบาป คำสอนสุดลึกซึ้งของสมเด็จพระสังฆราช. ซึ่งทำให้คนที่กำลังสนใจเกี่ยวกับการกินเจหรือกินสัตว์พ่วงด้วยบุญปาบ และศาสนาตาลุกวาวรวมถึงฉันด้วย ทำให้ฉันสนใจและเริ่มวิเคราะห์เพื่อหาความรู้จากบทความนี้
จึงขอหยิบยกเอาใจความคร่าวๆเรื่องนี้มาพูดคุยกัน
สมเด็จพระสังฆราชเคยปรารธเรื่อง "การกินเจ"กับพระราชินีว่า คนไทย "เข้าใจผิด" อยู่มาก การกินเจ(ตั้งใจไม่กินเนื้อสัตว์) จริงๆไม่ได้บุญ
ถ้าอยากได้บุญเราต้องช่วยชีวิตสัตว์มี2ข้อ คือ
1 ช่วยชีวิตมันโดยการไถ่ชีวิต ซื้อสัตว์ที่กำลังถูกฆ่านำมาปล่อย
2 เมตตาสัตว์ไม่ทำร้ายมัน อย่างนี้เป็นบุญ
กินเนื้อสัตว์บาปไหม? ฉันเองตอนเด็กก็เคยถามคำถามแบบนี้กับผู้ใหญ่หรือครู และก็เคยได้ยินเพื่อนๆตอนเด็กถามกับผู้ใหญ่ แบบนี้เช่นกันว่ากินเนื้อสัตว์บาปไหม? ก็ได้คำตอบคล้ายๆกันเหมือนที่บทความเขียนว่า จะผิดศิลก็ต่อเมื่อประกอบด้วยองค์5 คือ 1สัตว์มีชีวิต 2รู้ว่าสัตว์มีชีวิต 3จิตคิดจะฆ่า 4พยายามที่จะฆ่า ซึ่งในบทความมาแค่4ฉันจึงต้องไปหาเพิ่มมาให้ครบ 5สัตว์ตายด้วยความพยายามนั้น ทีนี่ตอนไปหาข้อมูลเพิ่มอยู่นั้นฉันก็เจอข้อมูลว่าการฆ่าด้วยองค์ประกอบ5นี้ ไม่ว่าจะฆ่าเอง หรือใช้ให้ผู้อื่นฆ่า หรือแม้แต่ยุยงให้สัตว์ฆ่ากันเองจนตายไปข้างหนึ่งก็ตาม เช่นการจับไก่มาตีกัน จนกระทั่งไก่ตายไป ทั้งหมดเรียกว่าศิลขาดทั้งสิ้น คือเป็นบาป
แล้วยังมีส่วนอื่นอีกที่เรียกว่า อนุโลมการฆ่า คือนอกจากฆ่าสัตว์โดยตรงแล้วยังมีการทำรร้ายร่างกาย การทรมานให้ได้รับความลำบาก เรียกว่าอนุโลมการฆ่า ก็เป็นสิ่งที่ควรเว้นคือไม่ควรทำนั่นเอง
โอเค กลับมาที่เรื่องเดิม เมื่อครบองค์ประกอบทั้ง5ข้อจึงถือว่าเป็นการฆ่าสัตว์ผิดศิลข้อที่1เป็นบาป แต่ถ้าเราไม่ได้ลงมือฆ่าเอง และไม่ได้ใช้ให้ผู้อื่นฆ่าก็ไม่เป็นบาป ตัวอย่าง เราไปจ่ายตลาดซื้อกุ้งแห้งปลาดุกย่าง ปลาทูเนื้อหมู สัตว์เหล่านั้นย่อมตายก่อนที่เราจะไปซื้อมาเป็นอาหาร ถึงเราจะซื้อหรือไม่ซื้อสัตว์เหล่านั้นก็ตายอยู่แล้ว เราไม่ได้มีส่วนทำให้ตาย
ตอนฉันเป็นเด็กที่เที่ยวถามว่ากินสัตว์บาปไหม แล้วคำตอบคือถ้าเราไม่ได้ฆ่าเอง ไม่ใด้ใช้ให้ผู้อื่นฆ่าก็ไม่บาป ฉันก็โอเคกับคำตอบนั้น
แต่ตอนนี้โตขึ้นแล้ว ผ่านสิ่งต่างๆมากมายในชีวิตและจากข้อมูลองค์ประกอบทั้ง5ข้อ ฉันรู้สึกว่ามันยากขึ้นเรื่อยๆที่เราจะไม่ผิดศิลข้อนี้ไปจ่ายตลาดก็เห็นว่าสัตว์บางตัวยังไม่ตายเลย ยังมีชีวิต แล้วถ้าเราจะซื้อแม่ค้าก็จะฆ่าตรงนั้นต่อหน้าต่อตาเราเลยเห็นกันจะจะ และมาจากคำสั่งของเราเองด้วย ปัจจุบันฉันศึกษาที่มาของเนื้อสัตว์ที่ขายให้เรากินทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็น หมู วัว เป็ด ไก่ ปลา กุ้ง แม้แต่ไข่ หรือนม ล้วนแลกมาด้วยความเจ็บปวดทรมานของสัตว์ทั้งสิ้น สัตว์เหล่านั้นหวาดกลัว ร้องไห้ทุรนทุรายและได้รับความทุกข์ทรมานแสนสาหัสก่อนถูกฆ่าตาย ก่อนจะเป็นเนื้อที่วางขายให้เราซื้อโดยที่เราไม่ต้องลงมือฆ่าเอง อยากให้ลองมองวิธีการสร้างเนื้อสัตว์ที่นำมาขายให้เราก่อน ทันทีที่เราซื้อเป็นการสนับสนุนต่อกระบวนการนั้นวนๆไปเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุดวงจรบาปนี้จะยังอยู่โดยมีเราเป็นตัวขับเคลื่อน แล้วจะเป็นไปได้อย่างไรว่านั่น ไม่ใช่การใช้ผู้อื่นให้ฆ่าให้
การกินเจ กินมังสวิรัติหรือการกินแต่พืชผัก เป็นการตัดวงจรบาปนั้นให้จบลง เพียงแค่ทุกคนหยุดกินเนื้อของสัตว์ ก็จะหยุดการฆ่าสัตว์ หยุดการทรมานที่มีมานานนี้ให้สิ้นสุดไปเสียที
หากเราจะอ้าง(อิง)ตามบทความที่ว่าการกินเจกินมังสวิรัติ หรือการกินแต่พืชผักนั้นไม่ใช้การลงมือกระทำจริงคือช่วยชีวิตสัตว์ อยากให้ลองมองดูใหม่ เพราะถ้าแค่บริจาคเงินเพื่อไถ่ชีวิตจากการฆ่ามาเราจะช่วยได้แค่1-2ตัวเท่านั้นหรืออาจไม่ได้ด้วยซ้ำเพราะยังสนับสนุนการฆ่าในส่วนอื่นๆอยู่ แต่ถ้าเราหยุดกิน หยุดซื้อ เราจะช่วยได้บางอย่างน้อยก็ลดการฆ่าลงและเราจะช่วยสัตว์ทั้งหมดได้เพียงแค่เราทุกคนหยุดกินเนื้อของสัตว์ และนั้นเป็นการกระทำจริง จะเกิดผลจริงๆ อาจจะใช้เวลานานหน่อย แต่จำนวนการฆ่าสัตว์จะลดลงแน่ อย่างน้อยก็ในมื้อของเรา ฉันว่าหากเราไม่มีจิตคิดฆ่าสัตว์ก็อย่าสนับสนุนให้ฆ่าเลย
จากข้อมูลปัจจุบันโลกเราเปลี่ยนไปมากแล้วแม้แต่เรื่องการกินเจกินมังสวิรัติก็เช่นกัน การกินแต่พืชผักนั้นมีการพัฒนาไปไกลจนสามารถสร้างเนื้อจากพืชได้ ดูใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์ที่เรากินอยู่เป็นประจำ มีรสชาติดี นำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย มีสารอาหารอัดแน่จนไม่จำเป็นเลยที่เราจะกินเนื้อสัตว์อีกต่อไป
ช่วงนี้เทศกาลกินเจ หากเพื่อนๆคนไหนกำลังสับสนว่าหยุดเนื้อสัตว์จะได้บุญหรือไม่นั้นอยากให้ลองมองว่าหากเราหยุดกินเนื้อสัตว์ตอนนี้อาจจะหยุดการฆ่าสัตว์ทั้งหมดไม่ได้ แต่อย่างน้อยมันจะลดลงบ้าง หากถึงแม้จะไม่ได้บุญแต่ก็ได้ช่วยสัตว์ต่างๆเหล่านั้น และได้ความสบายใจว่าเราไม่ได้มีส่วนร่วมให้สัตว์ถูกฆ่าจริง ดังนั้นหยุดกินเนื้อสัตว์กันเถอะ เพราะสัตว์เหล่านั้นเคยมีชีวิต เคยมีความรู้สึก สัตว์เหล่านั้นเคยมีครอบครัว มีเพื่อน มีสังคม มีภาษา มีความรัก เขาเองก็กลัวตายและอยากมีชีวิตไม่ต่างไปจากเรา ไม่ต่างจากเราเลย