สวัสดีค่ะเพื่อนๆชาว Steemit ที่น่ารักทุกคน
วันนี้มาว่ากันด้วยเรื่องที่น่าจะถูกใจสาวๆดีกว่านะคะ ไม่ว่าจะเป็นสาวสัญชาติอะไรก้อมักจะอ่อนระทวยกับป้ายอันทรงพลังอำนาจนี้แทบทั้งสิ้น...นั่นก้อคือป้ายลดราคา / หรือป้ายลดล้างสต็อกนั่นเอง อย่างน้อยก้อแม่ลูกคู่นี้ล่ะค่ะ
ตอนอยู่กรุงเทพ พฤติกรรมการซื้อของตุ๊กติ๊กคือ ต้องลิมิเต็ดอิดิชั่น ต้องเป็นไอเท็มฮิต ต้องเป็นแบรนดัง ส่วนเรื่องเงินในกระเป๋าก้อปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคตค่ะ พอซื้อมาก้อเก็บแขวนไว้ในตู้ค่ะ ไม่มีโอกาสได้ใช้ แล้วความสุขมันอยู่ตรงไหนน้า ตอนนี้มองย้อนกลับไปในอดีตแล้วรู้สึกว่าทำไมเรามันโง่อย่างนี้นะ วัตถุนิยมก้อเท่านั้น เป็นทาสบัตรเครดิตอีกต่างหาก (ไม่ควรถือเป็นแบบอย่างนะคะ)
วันนี้ที่ประเทศอเมริกา ตุ๊กติ๊กคนเดิมแต่สิ่งที่เพิ่มเติมคือการมองชีวิต และการเรียนรู้ที่จะมีความสุขแบบยั่งยืน สามีและแม่สามีรู้ว่าในอดีตเราทำงานเพื่อให้ได้เงินมาเยอะๆ เพราะคิดว่านั่นคือความสุข พอย้ายมาอยู่บ้านใหม่สามีอยากให้เริ่มชีวิตใหม่โดยให้ลองทำในสิ่งที่ตัวเองรักและมีความสุขที่ได้ทำ..ไม่ต้องคำนึงถึงรายได้ว่าจะมากหรือน้อย เอาแค่ทำแล้วมีความสุขเท่านั้นเป็นพอ
ความที่ครอบครัวสามีปลูกฝังลูกหลานให้รักธรรมชาติ ไม่เป็นทาสวัตถุนิยม มันก้อลามมาถึงลูกสะใภ้ด้วย วันนี้เวลาเจอขอลดราคาตุ๊กติ๊กต้องหยุดเช็คก่อนเลยว่ามีรายการไหนบ้างที่ควรซื้อ และถ้าไอเท็มนั้นเป็นสินค้าที่เอาไว้ใช้สำหรับหน้าหนาวแต่ ณ. เวลานั้นเป็นหน้าร้อนเราก้อมักจะซื้อเก็บไว้เลย เพราะทุกห้างจะลดราคาสินค้าที่เหลือจาก season ที่แล้วอย่างบ้าคลั่ง บางไอเท็มลดแบบ 90% เลยก้อมี ทุกวันนี้เวลาช๊อปแล้วได้ของราคาเซลเราจะยิ้มอย่างผู้ชนะ แถมมีความสะใจที่มีไอเท็มเดียวกับคนอื่นในราคาที่ต่ำกว่า รู้สึกภูมิใจ
แม่สามีสอนเสมอว่า กฏแห่งการช๊อปปิ้งแบบชาญฉลาดก้อคือ ไม่ว่าสินค้าชิ้นนั้นจะลดราคาหรือไม่ ถ้าซื้อแล้วมั่นใจว่าได้เอาไปใช้แน่ๆ ให้ซื้อเลย ไม่ต้องดูราคา แต่ถ้าบังเอิญพลิกดูป้ายราคาแล้วเป็นราคาเซลอีก อันนี้ก้อถือเป็นโบนัสไป
ขอบคุณทุกการติดตามนะคะ หวังว่าประสบการณ์ชีวิตแบบสาวบ้านๆคนนี้จะทำให้เพื่อนๆมีความสุขและยิ้มตามนะคะ
สำหรับวันนี้ขอตัวเข้านอนก่อนคร้า พรุ่งนี้ทำงานแต่เช้า ยังไงจะค่อยอัฟเดทเรื่องราวแบ่งปันกันเรื่อยๆนะคะ อย่าเพิ่งหนีกันไปไหนนะคะ
ขอบคุณค่ะ
ตุ๊กติ๊ก