สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ ชาว Steemit
ตอนนี้ กระแสภาพยนตร์เรื่อง “น้อง พี่ ที่รัก” มาแรงมาก เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ฉันได้พาพี่สาวไปดู ปรากฏว่า “ตั๋ว-เต็ม-!” ทุกรอบ ขนาดจองรอบถัดมายังได้แถวที่สาม นับจากหน้าจอ นึกๆ ไปก็ไม่ได้นั่งดูหนังแบบคนเต็มโรงหนังขนาดนี้มานานแล้วเหมือนกันนะ จำได้ว่า ครั้งล่าสุดที่ทำคนเต็มโรงหนังได้ขนาดนี้คือเรื่อง “รถไฟฟ้ามาหานะเธอ” ที่ เคน ธีระเดช แสดงนั่นเอง
ขอแอบสปอยล์นิดหนึ่ง ขอโทษสำหรับคนที่ยังไม่ได้ดูด้วยนะคะ นางเอก “เจน” ในเรื่อง ซึ่งแสดงโดย “น้องญาญ่า” นั้น มีพี่ชายและเธอต้องใส่เสื้อผ้าต่อจากพี่ชาย อ่านการ์ตูนญี่ปุ่นเหมือนพี่ชาย ซึ่งฉันเข้าใจความรู้สึกนี้ดี เพราะฉันเป็นลูกคนสุดท้อง มีทั้งพี่สาวและพี่ชาย แต่คนที่ใกล้กันสุด คือ พี่ชาย ดังนั้น ฉันจะคล้ายๆ กับ “เจน” ตรงที่ต้องใส่เสื้อผ้าต่อจากพี่ชาย ชุดของฉันตอนเด็กๆ จะแมนมาก เราเรียนโรงเรียนในเครือคอนแวนต์เหมือนกัน แต่คนละโรงเรียน พี่ชายเรียนโรงเรียนชายล้วน ฉันเรียนโรงเรียนหญิงล้วนเป็นโรงเรียนที่อยู่ติดกัน นี่ถ้าชุดนักเรียนฉันเป็นกางเกง แม่คงให้ใส่ต่อจากพี่ชายด้วย 5555
ฉันจำได้ว่า ตอนเด็กๆ เราก็ยังเล่นยอดมนุษย์ด้วยกันอยู่เลย แน่นอน พี่ชาย คือ ฮีโร่ของฉัน และฉันก็ทำตามพี่ชายทุกอย่าง แต่ไม่กี่ปี พี่ชายก็เข้าสู่วัยรุ่น แล้วเข้ากลุ่มเพื่อนผู้ชายของเขาไป เมื่อฮีโร่ของฉันหายไป ฉันจึงเริ่มมองหา "ฮีโร่คนใหม่" และหันไปเห็นพี่สาว 2 คน กำลังนั่งอ่านอะไรสักอย่างอยู่ ทั้งสองคนนี้ ใส่แว่นหนามาก ตั้งแต่อายุ 15 ปี เพราะแม่ไม่ให้ออกไปเล่นนอกบ้าน เธอทั้งสองคนจึงกลายเป็นคนชอบอ่านหนังสือไปโดยปริยาย คนหนึ่งอ่านนิยายเล่มหนาประมาณ 5-6 cm. เธออ่านได้วันละ 3 เล่ม เธอต้องรีบอ่านเพราะเป็นหนังสือที่ยืมห้องสมุดมา ส่วนอีกคนบางครั้งก็อ่านนิยาย บางครั้งก็อ่านการ์ตูน นั่นไง ฉันเจอ "ฮีโร่คนใหม่" แล้ว
ฉันเริ่มอ่านการ์ตูนของพี่สาว เรื่องแรก “เจ้าสาวซาตาน” เรื่องนี้ชอบมากเพราะ “เดมอส” พระเอกหล่อมากถึงมากที่สุด นางเอก “มินาโกะ” ก็น่ารักสุดๆ เนื้อเรื่องก็แปลกเพราะพระเอกเป็นซาตาน ช่วงนั้น ใครที่อ่านเรื่องนี้ อยากจะเป็น “มินาโกะ” และยอมให้เดมอสจับตัวไปกันทั่วบ้านทั่วเมือง พี่สาวของฉันจะซ่อนการ์ตูนไว้ใต้เตียง ช่วงปิดเทอม ฉันจะแอบรื้อออกมาอ่านจนหมด แต่เหมือนที่พี่สาวซื้อไว้จะยังไม่จบ ตอนนี้ให้ไปอ่านอีกรอบ ฉันว่าเนื้อเรื่องก็ยังทันสมัยอยู่นะ แค่ในเรื่องไม่มีมือถือเท่านั้นเอง
Image Source:The Standard
ฉันเริ่มติดอ่านการ์ตูนทุกปิดเทอม เมื่อ “เจ้าสาวซาตาน” อ่านหมดไปหลายรอบแล้ว ก็เริ่มอ่านเรื่องใหม่ของพี่สาว คือเรื่อง “คำสาปฟาโรห์” ซึ่งเป็นการ์ตูนอิงประวัติศาสตร์ของอียิปต์โบราณ และเป็นการ์ตูนที่อมตะมาก แถมยังได้รับรางวัลโชกากุกันมังงะอะวอร์ด ครั้งที่ 36 ของโชโจะ อีกด้วย พระเอก “เจ้าชายเมมฟิส” หล่อไม่แพ้ “เดมอส” เลย ฉันอ่านซ้ำไปมา 38 รอบ ก็ยังไม่จบอีกตามเคย เพราะเมื่อก่อนการซื้อหนังสือการ์ตูนที่ต่างจังหวัด หาซื้อยากมาก เก็บได้ไม่ค่อยครบกันหรอกค่ะ
Image Source:Spice
ต่อมาฉันเริ่ม หาแนวการ์ตูนที่ตัวเองชอบ และเริ่มเก็บเงินซื้อเอง เรื่องต่อมาคือ “ไซเฟอร์" (CIPHER) เรื่องของฝาแฝดสุดหล่อ "ไซเฟอร์ " และ "ศิวะ" โดยเรื่องเกิดขึ้นที่ "นิวยอร์ค" และไม่มีคนทายได้ว่า ใครคือ "ไซเฟอร์" และใครคือ "ศิวะ" เพราะทั้งสองคนต้องทำให้นางเอก “แอนิส” แยกไม่ออก คนอ่านเองก็ยังแยกไม่ออกจนทุกวันนี้ เพราะอ่านยังไม่จบอีกแหละค่ะ แต่ตอนนั้น ไม่ว่าสองหนุ่มจะทำอะไรก็ดูเท่ไปซะหมด ภาพที่ติดตาฉันภาพหนึ่งคือ แอนิสไปเห็น “ไซเฟอร์กำลังหลับ โดยมีหูฟังเสียบอยู่ที่หู” คือ เท่มาก...ก....
Video by: MyMemories
ฉันยังคงอ่าน “การ์ตูนตาหวาน” มาอีกหลายเรื่อง จนกระทั่ง พี่สาวมีการ์ตูนแนวใหม่มาเสนอ คือ การ์ตูนเกี่ยวกับกีฬา ของผู้เขียน 「あだち充」“Mitsuru Adachi” ซึ่งเรื่องที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันดีคือ “TOUCH” แต่เรื่องแรกที่ฉันอ่านคือ “มิยูกิ” 「みゆき」(Miyuki) ฉันตกหลุมรักการ์ตูนแนวของ "Mitsuru Adachi" ขึ้นมาทันที เพราะมันมีความทะเล้นของพระเอกซ่อนอยู่ ทำให้เรื่องน่ารักมากขึ้น การ์ตูนของ "Mitsuru Adachi" แต่ละเรื่องเดาไม่ยากว่าใครเป็นพระเอก ใครเป็นนางเอก และใครเป็นตัวร้าย เพราะแต่ละเรื่องคาแรคเตอร์ เหมือนเดิมหมด ต่างกันที่เนื้อเรื่อง แต่จะมีความตลกร้าย และความกุ๊กกิ๊กของพระเอกและนางเอกซ่อนอยู่ ซึ่งคนอ่านต้องเก็ทด้วยจึงจะสนุก
Image Source:Sora News24
ฉันจึงเริ่มอ่านเรื่องต่อมา คือ “ROUGH” 「ラフ」 เรื่องนี้ยิ่งน่ารักขึ้นไปอีก เป็นเรื่องเกี่ยวกับ "กีฬาว่ายน้ำ" ซึ่งพระเอกและนางเอกเคยเล่นด้วยกันเมื่อตอนเด็กๆ แต่มีเหตุให้ต้องแยกกัน และกลับมาเจอกันอีกตอนมัธยม เรื่องนี้เหมือนนางเอกจะเป็นคนจีบพระเอกมากกว่า เพราะพระเอกซื่อบื้อมาก
Image Source:tumblr
จากนั้นค่อยมาอ่าน "TOUCH"「タッチ」ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่รู้จักมากที่สุด เพราะมีการนำมาฉายทางทีวีอยู่ครั้งหนึ่ง เรื่องนี้ ตอนที่ฉันชอบมากที่สุด คือ ตอนที่พระเอกบอกรักนางเอก ซึ่งก็เป็นตอนที่เกือบจะจบเรื่องแล้ว เรื่อง "Touch" ฉันยังไม่ได้ซื้อเก็บ แต่อยากจะซื้อเก็บเฉพาะเล่มสุดท้ายเล่มเดียว ที่มีตอนพระเอกบอกรักนางเอกอยู่น่ะค่ะ เพราะชอบขนาดจำบทพูดนั้นได้เลย "อุเอซึกิ ทัชซึยะ รัก อาซากุระ มินามิ คนเดียวที่สุดในโลก" ถ้าใครได้อ่าน หรือเคยได้ดูเรื่องนี้จะเข้าใจว่า ทำไม พระเอกต้องอดทนนานมากกว่าจะบอกรักนางเอกได้ ทั้งๆ ที่รักนางเอกมาตั้งแต่แรกแล้ว
ตอนนั้นฉันเริ่มเข้ามาเรียนที่กรุงเทพแล้ว ดังนั้น การหาซื้อการ์ตูนจึงไม่ยากเหมือนก่อน ตั้งแต่นั้นมา ฉันก็เริ่มหาเรื่องอื่นของ "Mitsuru Adachi" อ่านต่ออีกหลายเรื่อง และเก็บจบเกือบครบ นี่คือสมบัติล้ำค่าของฉัน แต่การย้ายที่พักบ่อย ทำให้หนังสือการ์ตูนที่รักของฉันหายไปบ้าง ปลวกแทะบ้าง เก็บได้ไม่ครบบ้าง T-T
นี่แค่เกริ่นนะคะ ยังไม่เข้าเรื่องที่ตั้งใจจะเล่าเลย ขอมาต่อพรุ่งนี้นะคะ เพราะเริ่มยาวละค่ะ
ขอบคุณสำหรับการติดตาม และเป็นกำลังใจให้นะคะ