รู้หรือไม่คะว่าแห่ทอดปลาที่ชาวบ้านใช้จับปลาต้องทำการย้อมสีก่อนนำไปใช้จับปลาด้วยนะคะ 🐟🐠🐡
แล้วทำไมจึงต้องย้อมแหด้วยล่ะคะ ??? ติ๊กต่อกๆ คำตอบก็คือ "เพื่อให้ตาแหอยู่ตัว" (คุณตาบอกมาค่ะ 😄) วิธีการนี้ทำมาตั้งแต่โบราณ เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านและสืบทอดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งตอนนี้การย้อมแหค่อนข้างที่จะหาชมได้ยาก คนรุ่นใหม่ก็ไม่ค่อยสานแหใช้เอง จะมีก็แต่รุ่นคุณปู่คุณตาที่ยังมีการใช้แหแบบดั้งเดิมกันอยู่นั่นเองค่ะ
แหเมื่อสานและใส่ลูกแหเสร็จแล้วจะต้องนำมาย้อมสีเพื่อให้ตาแหอยู่ตัวไม่เคลื่อนที่ เพราะวัสดุที่ใช้สานแหนั้นคือเชือกไนล่อนขนาดเล็ก มีความลื่นสูง ดังนั้นถ้าหากไม่มีตัวมาเคลือบเส้นเชือกไนล่อนไว้ตาแหก็จะเคลื่อนที่ได้ค่ะ
วัตถุดิบที่ใช้ในการย้อมสีแหก็เป็นที่ได้จากธรรมชาติหาได้ในท้องถิ่น และวันนี้ตาเพียรเลือกใช้ ใบอ่ำไอ่ ผสม เลือดวัว (ใบอ่ำไอ่เป็นชื่อในภาษาอีสาน ไม่รู้ว่าภาษากลางเรียกว่าอะไรเหมือนกันค่ะ 😄 มีลักษณะเถาเครือ พบได้ตามป่าและทุ่งนา)
ขั้นตอนการเตรียมสีเพื่อย้อมก็ไม่ยุ่งยากค่ะ ตาเพียรบอกว่า เอาใบอ่ำไอ่มาโขลกให้ละเอียดคั่นเอาน้ำและมาผสมกับเลือดวัว คนให้เขากันแล้วนำแหมาคลุกกับสีที่เตรียมไว้ในกาละมังให้ทั่ว จากในนำไปนึ่งเพื่อให้สีซึมเข้าเส้นเชือกไนล่อนและเคลือบให้สีอยู่ทน ไม่หลุดเมื่อนำไปใช้งานหรือเวลาโดนน้ำตอนจับปลาค่ะ
การย้อมแกเป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาท้องถิ่น แสดงให้เห็นถึงความฉลาดของคนรุ่นเก่าเป็นอย่างมาก น่าชื่นชมใช่ไหมคะ อ้อ !!! ตาเพียรยังบอกอีกว่าถ้าหากไม่ย้อมแหด้วยวิธีนี้แล้วยังสามารถย้อมแหด้วยผลมะเกลือก็ได้ค่ะ แต่ฤดูร้อนไม่มีผลมะเกลือตาเพียรเลยต้องเลือกใช้สีจาก "ใบอ่ำไอ่ผสมกับเลือดวัว" ที่เป็นวัตถุดิบที่หาได้ไม่ยาก
ขอบคุณทุกกำลังใจและการติดตามนะคะ 😁