สวัสดีค่ะเพื่อนๆ
ตอนนี้เราเห็นมีกิจกรรมใหม่ของ ในหัวข้อ Black Photography Contest เป็นการประกวดภาพถ่ายสีดำ พอดีกับที่เมื่อวานตอนเย็นๆ หลังจากเสร็จพ่นยาฆ่าหญ้าแล้ว เราก็เดินดูรอบๆ พื้นที่นา แสงของพระอาทิตย์กำลังจะหมด เราก็เลยเก็บภาพมาร่วมกิจกรรม แต่คุณภาพกล้องมือถือราคาถูกๆ ภาพก็จะได้ประมาณนี้ค่ะ บรรยากาศต่างจังหวัดยามเย็น เวลาโพล้เพล้ มันก็จะดูน่ากลัวนิดๆ เพราะโดยรอบมีแต่นาข้าวและต้นไม้ประปราย บางทีลมพัดมา ทำให้ต้นไม้เอนลู่ไปตามลม คนจิตอ่อนอย่างเรา ก็จิตนาการไปได้สารพัด เราจึงอยู่ไม่นาน แล้วก็กลับบ้าน
เราเพิ่งจะรู้ตัวว่าเป็นคนขี้กลัว ก็ตอนเรียนอยู่มัธยมปลาย ตอนนั้นพ่อเพิ่งเสียไปได้ไม่นาน ต่อมาตาก็เสียในเวลาไล่เลี่ยกัน ตอนนั้นพี่สาวคนโต ไปทำงานที่กรุงเทพฯ แล้ว ส่วนเราอยู่บ้านกับน้องสาว
และแม่ ตอนกลางคืนบรรยากาศก็จะเย็นยะเยือกในหน้าหนาว พออากาศเย็นๆ ก็จะปวดฉี่บ่อยกว่าปกติ กลางดึกเราลุกมาเข้าห้องน้ำ บรรยากาศรอบข้างคือมืดสนิท เราใช้ไฟฉายส่งนำทางเพื่อเข้าห้องน้ำ พอดีกับที่ลมมันพัดแรง แล้วฝั่งตรงข้างหน้าบ้านเราเขาปลูกไผ่ไว้กอใหญ่มาก เมื่อเจอลมพัดแรง ปลายไผ่มันก็ไหวตามแรงลม และมีเสียงลำไผ่ และใบไผ่เสียดสีกัน เรากลัวจนแทบฉี่จะราด เพราะตอนที่มองปลายไผ่ไหวไปตามแรงลม เหมือนกับผีเปรตร้องขอส่วนบุญ (เราไม่เคยเห็นผีเปรตหรอกนะ เคยเห็นแต่ในการ์ตูน ก็เลยจิตนการไปแบบนั้น) เมื่อเห็นแบบนั้นวิ่งเข้าบ้านแทบไม่คิดชีวิต หลังจากคืนนั้นเราไม่เคยลุกไปเข้าห้องน้ำตอนกลางคืนอีกเลย ปวดแค่ไหนก็อั้นไว้ตอนเช้า
พอเรายืนอยู่กลางทุ่งนาคนเดียว บรรยากาศมันมืดๆ ก็เริ่มเกิดความไม่สบายใจ รีบขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซด์ สตาร์ทรถกลับบ้านทันที
หลังจากอาบน้ำ กินมื้อเย็นเรียบร้อย เราก็เอารูปออกมาเพื่อจะเขียนโพสต์ทิ้งไว้ เพราะบางวันทั้งวันก็ไม่มีเวลาเขียน อาศัยว่างช่วงไหนก็เขียนไว้ก่อนถ้ามีรูป พอเห็นรูปก็เลยทำให้นึกถึงตอนเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย อย่างที่เล่าไปข้างต้น จนพี่สาวให้ฉายาว่า ขี้ขลาดตาขาว