สวัสดีค่ะเพื่อนๆ
วันนี้ขอส่งภาพแมลงทับ เข้าร่วมกิจกรรมการประกวดกับทาง ในหัวข้อ Animal Photography Contest เป็นการประกวดภาพถ่ายสัตว์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สัตว์ป่า หรือสัตว์เลี้ยง อย่างเช่น หมู หมา กา ไก่ ช้าง ม้า วัว ควาย เรายังจำเรื่องราวสมัยตอนที่เราเป็นเด็กได้ดี ตอนเป็นเด็กส่วนมากครอบครัวเราจะอาศัยนอนที่กระท่อมในไร่ข้าวโพด นานๆ จึงจะได้กลับไปนอนบ้านสักที เพราะว่าบ้านกับไร่มันอยู่ห่างกันหลายกิโลเมตร และการเดินทางก็ยากลำบาก ต้องเดินเท้า ด้วยเหตุผลนี้พ่อกับแม่ก็เลยตัดสินใจนอนที่ไร่จะดีกว่า จะได้ไม่เสียเวลาเดินทางมาไร่ ตื่นเช้ามาก็ทำงานได้เลย จนอายุเข้าเรียนชั้นประถมพ่อจึงให้พวกเรามานอนบ้าน ช่วงที่เป็นเด็กพวกเราก็ช่วยงานพ่อแม่ในไร่ เมื่อก่อนที่พ่อจะเปลี่ยนมาปลูกข้าวโพด พวกเราทำไร่กาแฟมาก่อน ก็จะช่วยใส่ปุ๋ยบ้าง ดายหญ้าบ้าง เก็บผลกาแฟสุกบ้าง ช่วงพักกินข้าวตอนกลางวัน พวกเราก็จะไปหาแมลงทับ แมลงกว่าง ตามท้ายไร่ เพื่อเอามาคั่วและตำน้ำพริกเป็นอาหาร ตอนที่อยู่ที่ไร่อาหารที่พวกเราจะหาได้จากธรรมชาติ ก็เป็นพวกสัตว์ และแมลงนี่แหล่ะค่ะ เวลาที่ไปหาแมลงทับก็สนุกสนานกันใหญ่ ใครจับได้แมลงทับก็ดีใจตามประสาเด็ก
วงจรชีวิตของแมลงทับนั้น เค้าจะจับคู่ผสมพันธุ์ในเวลากลางวัน ใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง ทั้งนี้ขี้นอยู่กับการยอมรับของตัวเมียด้วย เมื่อผสมพันธุ์เสร็จตัวผู้จะตาย และตัวเมียจะวางไข่ที่บริเวณโคนต้นพืชอาหาร ที่มักจะเป็นไผ่เพ็ก หรือไผ่โจด โดยวางลึกลงในดินประมาณ 1-2 เซนติเมตร โดยจะวางไข่ทีละฟองจำนวน 1-2 ฟองต่อวัน เมื่อวางไข่เสร็จก็จะตายเลยเหมือนกัน จากนั้นไข่จะฝังอยู่ในดินนาน 2-3 เดือน (สิงหาคม-ตุลาคม) หนอนวัยที่ 1, 2, 3 และ 4 อาศัยอยู่ในดินโดยอาศัยแทะกินรากพืช และเหง้าของต้นไผ่เพ็ก นาน 3-4 เดือน (พฤศจิกายน - มีนาคม) หนอนวัยที่ 5 หยุดกินอาหาร และสร้างปลอกดินหุ้มตัวฝังอยู่ในดินลึก 5-10 เซนติเมตร หนอนวัยสุดท้ายนี้ฟักตัวอยู่ในปลอกดินอย่างยาวนานมากราว 12-15 เดือน (เมษายนปีแรก-มิถุนายนปีถัดไป) จึงเข้าดักแด้ในปลอกกิน และจะเป็นดักแด้นาน 2-3 เดือน (มิถุนายน-สิงหาคม)
เมื่อเป็นตัวเต็มวัยสีเขียววาววามแล้ว ก็จะยังคงอาศัยอยู่ในปลอกดินนั้นต่อไปอีกเกือบเดือน เพื่อให้ปีกแข็งแกร่ง และพร้อมที่จะออกจากปลอกดิน แต่อยางไรก็ตาม แมลงทับก็ต้องคอยจนกว่าฝนจะตกหนัก และน้ำฝนไหลลงไปจนถึงปลอกดิน เมื่อปลอกดินอ่อนตัว หรือละลายลงแล้ว แมลงทับนั้นจึงจะดันปลอกดินให้เปิดออก แล้วไต่เดินขึ้นมาจากใต้ดิน และเจาะผิวดินเป็นรูปกลม เพื่อดันตัวเองขึ้นจากพื้นดิน เมื่อมีแสงแดดจึงบินไปกินอาหาร ผสมพันธุ์และวางไข่ กว่าจะเป็นแมลงทับแต่ละตัวต้องใช้เวลาอาศัยอยู่ในดินนานถึง 2 ปี เมื่อเป็นตัวเต็มวัยก็มีชีวิตนานแค่ 1-3 สัปดาห์เท่านั้น ดังนั้นจำนวนแมลงทับในแต่ละปี จึงมีความสัมพันธ์กับปริมาณน้ำฝนที่ตกในช่วงเข้าพรรษาด้วยเป็นอย่างยิ่ง ถ้าปีไหนมีอากาศแห้งแล้งฝนตกน้อย แมลงทับก็จะมีจำนวนน้อยตามไปด้วย
แมลงทับเป็นสัตว์ที่มีวงจรชีวิตสั้นมาก ไม่เกิน 3 สัปดาห์ แต่จากที่เป็นไข่ เป็นดักแด้ ฟักตัวนั้นยาวนานร่วม 2 ปี จึงสมควรที่จะช่วยกันอนุรักษ์ ด้วยการไม่จับตัวเป็นๆ มีชีวิตมาเล่น ปล่อยให้เค้าใช้เวลาสั้นๆ ที่ไม่เกิน 3 สัปดาห์แห่งอายุขัยของเค้าโบยบินไปตามเสรี ให้เค้าได้มีโอกาสผสมพันธุ์ และวางไข่ตามวิถีของเค้า