สวัสดีชาว Steemians ทุกท่านนะครับ แบงค์มี Life story ตัวหนึ่ง ณ ขณะเวลานั้นแบงค์เองได้ฉุดคิดขึ้นมา เลยอยากจะแชร์ประสบการณ์ทางจิตใจและความรู้สึกนี่ที่ได้ผ่านเข้ามา ในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต ว่ามีผลกระทบอย่างไร
ดูคนที่ลำบากกว่าคุณดูสิ เขายังใช้ชีวิตได้ แต่คุณมีครบทุกอย่าง แค่หัวใจคุณมันไม่สั่งการ หรือมันหยุดทำงานไปแล้วกันแน่ คุณยังหายใจอยู่นี่หว่า คุณก็ทำสิ่งที่คุณต้องการสิ ทำสิ่งที่ต้องจำเป็นต้องใช้ชีวิตสิ ทำมันสิ คุณจะรอโชคชะตาหรือปฏิหาริย์อะไรหรอ
ก่อนที่มันจะสายไป เวลามันไม่ย้อนกลับหรอกนะ พรุ่งนี้คุณลองเอามือกุมเข่าแล้วผลักดันตัวเองให้ยืนสิ่ อย่ายิดติด ปล่อยไปส่ะเถอะ อะไรที่ทำให้ต้องทุกข์ จมไปก็เท่านั้น
แต่ยังไงส่ะ ทุกข์ กับ สุขมันก็เป็นของคู่กันอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าคุณจะมองมันยังไง ไม่มีอะไรหรอกที่สมบูรณ์แบบ มีได้รับก็ต้องมีเสียไป
ต่อให้ใครมาบอกว่าคุณควรจะทำยังไงต่อไป ก็ไม่เท่ากับการคุณบอกหัวใจกับสิ่งที่คุณอยากทำด้วยตัวเราเอง
ต่อให้ล้มอีกสักกี่ครั้ง คุณก็ยังมีขาแขนที่จะฉุดดึงตัวเองขึ้นมาจากช่วงที่ชีวิตที่สูญเสียไป ถ้าคิดจะหนี ไปให้สุดขอบโลกก็หนีไม่พ้นหรอในเมื่อ ความทุกข์มันอยู่ที่ตัวคุณเอง ในอดีตคุณผ่านอะไรมา แล้วคุณกลับมามองปัจจุบัน ว่าในครั้งนั้นคุณน่าสมเพชแค่ไหน
“กำลังใจไม่ได้มาจากใครอื่นนอกจากตัวเอง”
“THE MOST IMPORTANT THING NEED EXPENSIVE EXCHANGE”
Life story ตัวนี้ที่ผมได้เขียนขึ้นมา ถ้ามันตรงกับใคร ก็สามารถนำเอาไปใช้ได้นะครับไม่สงวนลิขสิทธิ์ ถึงแม้มันจะไม่ได้ดีเท่าปรัชญาการใช้ชีวิต แต่ผมคิดว่ามันก็เป็นแรงผลักดันให้คนที่ประสบสภาวะแบบผมนั้นฉุดคิดว่าจริงๆแล้วชีวิตเรามีอะไรที่มากกว่าสิ่งที่ผ่านมา เพราะอนาคตนั้น ผมเองก็ยังไม่เคยประสบพบเจอมันและไม่รู้ว่าจะเจอกับอะไร แต่ผมเชื่อว่าอนาคตนั้นเป็นหรือเป็นไปตามปัจจุบันที่เรานั้นทำ
ปล.เนื้อหาเป็นภาษาพูดนะครับผิดพลาดอย่างไรก็ต้องขอโทษด้วยนะครับ