เมื่อพวกเรามาถึงบ้านสีฟ้า แฟนของผมและคนอื่นๆอยู่กันข้างนอก และเมื่อเราเดินเข้าไปที่พวกเขาอยู่ แฟนผมและผู้หญิงอีกสามคนเดินมาหาผม พวกเขาก็ไหว้พระและหันมาหาผม ผู้หญิงเจ้าของบ้านสีฟ้าก็อยู่ตรงนั้นด้วย แล้วเธอก็ถามผมว่า “เมื่อคืนคุณฝันเห็นอะไร” ผมค่อนข้างประหลาดใจที่เธอไม่แม้แต่ทักทายว่า สวัสดี แต่กลับถามเกี่ยวกับเรื่องความฝันเมื่อคืน และจากการแสดงสีหน้าของคนอื่นๆ ผมสามารถเห็นได้ว่าพวกเขากำลังรอคำตอบเกี่ยวกับความฝันของผม หลังจากนั้นไม่นานเธอก็ถามผมอีกครั้ง “คุณฝันเห็นอะไรเมื่อคืน” ผมพยายามทบทวนความจำแต่ผมไม่สามารถจำอะไรได้เลย ผมบอกเธอและผู้หญิงคนอื่นๆที่กำลังรอคำตอบว่า “ผมไม่รู้ ผมไม่สามารถจำอะไรได้เลย” ทันใดนั้น เธอก็ถามผมอีกครั้งและกดดันผมเพื่อให้ได้คำตอบ เธอพูดว่า “ได้โปรด จำให้ได้เถอะ มันสำคัญมากๆ วันนี้เป็นวัน หวยออกและคุณก็นอนกับวิญญาณมา คุณจะต้องรู้เลขที่จะออกสิ” ในตอนนั้นผมก็นึกขึ้นมาได้ว่าคนไทยหลายคนชอบเรื่องของล็อตตาลี่และตัวเลข และเธอก็คงยืนกรานที่จะถามผม ผมพยายามจะทบทวนเรื่องความฝันอีกครั้งและไม่เป็นผล มันเป็นกลางคืนที่ผมไม่ได้ฝันอะไร แต่ผมจำได้ว่าผมตื่นมาตอน 5 นาฬิกา ด้วยท่าทางแปลกๆ ดังนั้นผมจึงบอกเธอว่าผมตื่นขึ้นด้วยความรู้สึกแปลกๆที่ท้องและนั่งในแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน และดูนาฬิกาตอนนั้นเป็นเวลา 5 นาฬิกาพอดี เธอเริ่มพูดคุยกับผู้หญิงคนอื่นและพวกเขาเริ่มเอาเงิน กระดาษและ ปากกาออกมา เธอถามผมว่าจะเล่นด้วยไหม และบอกผมว่าสิ่งนี้เขาเรียกว่า “หวยดำ” มันคือหวยใต้ดิน ซึ่งผลรางวัลจะเหมือนหวยบนดิน ผมเลยต้องเล่นโดยเล่นเลขสองหลัก ราคา 12 บาท ผมดึงเงินจากกระเป๋าเป็นจำนวน 12 บาท และใส่หมายเลข 05 เพราะผมตื่นตอน 5 นาฬิกา ซึ่งมันสอดคล้องกับ 05 ส่วนแฟนผม ลง 60 บาท เพื่อเล่นมากกว่าผม 5 เท่าและใส่เลข 50 (ผมคิดว่ามันไม่น่าจะใช่ที่จะตีความเป็นเลขนั้น แต่นั่นเป็นการตีความของเธอ) ส่วนผู้หญิงอีกสามคนเล่นเลขเดียวกับผม คือ 05 ซึ่งจริงๆผมก็ไม่ได้ให้เครดิตกับตัวเอง ว่าผมไปนอนในป่ากับวิญญาณแล้วจะต้องได้ตัวเลขกลับมา ในช่วงบ่ายมีรายการทีวีบอกผลล็อตตารี่ ผมอยู่ที่บ้านสีฟ้า ส่วนพระท่านนั่งอยู่ข้างนอกใต้กระท่อม ผมเชื่อว่าท่านกำลังนั่งสมาธิ ผมนั่งอยู่กับคนอื่นๆและทีวีก็เปิดอยู่ และพวกเขากำลังรอผลล็อตตารี่ หลังจากรายการเริ่ม ผมออกไปอยู่ข้างนอก ซึ่งผมรู้สึกไม่ดีที่รู้ว่าทุกคนในที่นี้เอาเลขที่ผมบอกไปซื้อและผมมั่นใจว่าเขาต้องแพ้กันหมด
ผมรออยู่ข้างนอกเป็นเวลานาน และ ผมเดินผ่านข้างประตูอยู่ไม่กี่ครั้งเพื่อดูคนที่เฝ้าหน้าทีวี ในทีวีมีการจับลูกบอลหลายๆลูกที่มีตัวเลข โดยนำออกมาจากลูกบอลทรงกลมขนาดใหญ่ ผมสงสัยว่าพวกเขาทำไมถึงต้องใช้เลขจำนวนมากในเมื่อลอตตารี่มีแค่ 6 – 7 ตัวเลข ผมนั่งอยู่ข้างนอกและได้ยินพวกเขาหลายคนตะโกนด้วยความสุข ผมไม่ได้เข้าไปเพราะว่า ผมรู้สึกว่าพวกเขาคงเล่นกันหลายเลขเหมือนคนไทยทั่วไปและพวกเขาสักคนคงชนะจากเลขเหล่านั้น พวกเขาเดินออกมาหาผม และแฟนของผมบอกผมว่า “คุณชนะ 05 เป็นเลขท้าย ฉันบอกคุณแล้วว่าคุณรู้เลขล็อตตารี่” ผู้หญิงคนอื่นๆและผู้ชายก็เข้ามา ไหว้ผมและพูดว่าขอบคุณ ผมตะลึงและคิดว่ามันไม่น่าจะเป็นจริงได้มันแค่เรื่องบังเอิญ ผมรู้มาว่าบางคนในหมู่บ้านเล่นตัวเลขของผม เพราะผมใช้เวลากลางคืนอยู่ในป่ากับวิญญาณและพวกเขาก็ชนะ พระท่านก็บอกผมว่าเห็นไหม คุณได้รางวัลจากวิญญาณเพราะว่าคุณเป็นตัวของตัวเอง และพวกเขาชอบคุณ แม้ว่าวันนี้ผมไม่รู้ว่าอะไรทำให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นแต่ความจริงวันนั้นทำให้หลายคนในหมู่บ้านชนะล็อตตาลี่ รวมถึงตัวผมเองด้วย
หลังจากนั้นผมก็ได้กลับเข้าป่าพร้อมกับพระ ผมต้องขอบคุณแฟนผมเป็นอย่างมากที่เข้าใจการศึกษาเรื่องวิญญาณของผม และผมคิดว่าเพราะเธอนับถือศาสนาพุทธเธอจึงเข้าใจ ค่ำวันนั้นเราพูดกันหลายๆเรื่อง ผมเรียนรู้หลายสิ่งเกี่ยวกับวิธีการฟังความรู้สึกของตัวเอง โดยเฉพาะสิ่งเล็กๆในใจ ยิ่งต้องรับฟัง นี่เป็นคืนที่สามในป่าแห่งนี้ สิ่งที่ได้รับในสองคืนแรกค่อนข้างจะหนัก เพราะผมได้เจอกับสิ่งที่ไม่รู้จัก แต่ไก็ม่เคยรู้สึกว่าโดยคุกคาม ประมาณ 1 นาฬิกา พระท่านได้เข้าไปนอนในกระท่อมไม้ไผ่เล็กๆ ปล่อยให้ผมอยู่คนเดียวที่ม้านั้งไม้ไผ่กลางป่า ผมเริ่มคุ้นเคยกับการอยู่บนม้านั่งในป่าแล้ว และพร้อมที่รับประสบการณ์แปลกๆที่จะเกิดขึ้น ผมอยู่บนเก้าอี้พร้อมผ้าห่ม และกำลังคิดเกี่ยวกับประสบการณ์ทั้งหมดที่ผ่านมาตั้งแต่มาถึงที่นี่ เช่น เสียงผู้หญิงกรีดร้อง งู เสียงคนเดินข้างหลังผม และ ล็อตตาลี่ ที่ผมพยายามทำความเข้าใจแต่ไม่สามารถอธิบายได้ มันเป็นเรื่องลึกลับจนถึงทุกวันนีเ เมื่อผมพยายามคิดว่าผมโชคดีแค่ไหนที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของประสบการ์ณแบบนี้ เสียงเดินข้างหลังเริ่มเกิดขึ้นอีกครั้งแต่ผมไม่ได้ให้ความสนใจ ผมแค่คิดว่ามันก็เหมือนเหตุการณ์เดิม ผมจะยอมรับมันแบบไหม มันก็ไม่เปลี่ยนแปลง ทันใดนั้น ขณะผมกำลังนอนบนม้านั่ง ผมก็เห็นดวงตามนุษย์สีขาวยืนอยู่ตรงหน้าของผม ตำแหน่งประมาณ 4 เมตรสูงจากพื้น เข้าไปในต้นไม้ สิ่งนั้นมันเหมือนตาที่มีแสงสีขาวข้างใน ความคิดแรกของผมคิดว่าเป็นพระจันทร์ที่อยู่หลังใบไม้ทำให้รูปร่างเป็นแบบนี้ แต่ผมรู้สึกเหมือนมันกำลังจ้องมาที่ผม ผมจึงตัดสินใจหันไปซ้ายและขวาซึ่งถ้าเป็นพระจันทร์หลังใบไม้จริงๆ มันจะเปลี่ยนรูปร่าง แต่รูปร่างก็ยังคงเหมือนเดิม และหลังจากที่มองไปที่ยอดของต้นไม้ผมเห็นดวงจันทร์ซึ่งอยู่ตรงตำแหน่งอื่น ดวงตาคู่นั้นยังคงมองผมอยู่ตลอดและเมื่อผมขยับ มันก็ตามมาด้วย ประมาณ 1 ถึง 2 นาที ดวงตานั้นก็หายไป เหมือนมันหันศีรษะ ผมฉายไฟฉายหามันแต่มันไม่มีอะไรแม้แต่นกสักตัว และรูปร่างนั้นก็ไม่ใช่ตาของนก แต่ผมไม่ได้รู้สึกกลัว ผมแค่เพิ่มมันเป็นสิ่งแปลกๆที่เกิดขึ้นกับผม ผมยังคงได้ยินเสียงเดินอยู่ข้างหลังแต่ไม่ได้ดังมากขึ้นและผมนอนหลับอย่างรวดเร็วหลังจากเห็นดวงตานั้น คืนนั้นเป็นคืนที่ยอดเยี่ยม
เช้าวันต่อมาหลังจากรับประทานอาหารพร้อมพระท่านในป่าเสร็จเรียบร้อย พวกเราก็เดินกลับไปในหมู่บ้าน เมื่อพวกเราถึงบ้านสีฟ้า ได้มีพระสวมจีวรสีส้มสองท่านยืนรอเราอยู่ เขาบอกผมว่าพระเหล่านี้ถูกส่งมาให้อยู่กับพระป่า ท่านยิ้มกับผม ผมตีความรอยยิ้มนั้นว่า “มาดูกันว่าพวกเขาจะอยู่ได้นานแค่ไหน” เพราะผมจำได้ที่เขาบอกผมเกี่ยวกับพระที่ถูกส่งมา มักจะกลับไปอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีคนนำเงินมาให้ผม 1000 บาทสำหรับค่าล็อตตารี่ นั่นหมายความว่า เงิน 12 บาทของผมกลายเป็น 1000 บาทไปแล้ว ผมรับเงินและนำไปใส่ซองจดหมายให้พระท่านและ ไหว้ และบอกเขาว่าผมรู้สึกขอบคุณที่ให้ผมเรียนรู้อะไรหลายๆสิ่งในสามวันสามคืนที่อยู่ที่นี้ เขาบอกผมว่ายินดีและยินดีต้อนรับเสมอ ผมรู้สึกเหมือนผมได้เติบโตขึ้นในทางจิตวิญญาณ ถึงแม้คำถามผมจะยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน แต่ผมก็ได้ยอมรับความจริงที่ว่าโลกใบนี้ยังมีอะไรมากมาย มากกว่าสิ่งที่ตาเราเห็น ในช่วงเวลาสามวัน ผมได้รับประทานอาหารแค่มื้อเช้า แม้ว่าพระท่านบอกเสมอให้ผมกินได้ แต่ผมไม่กิน เพราะมันเป็นการแสดงความเคารพใแบบที่ผมคิด พระท่านได้บอกลาผมและผมรู้สึกว่าเราทั้งสองได้คุยเกี่ยวกับเรื่องที่ลึกซึ้งและเราทั้งสองก็เคารพซึ่งกันและกัน จากนั้นพระท่านก็เดินทางเข้าป่าไปพร้อมพระอีกสองท่าน ผมกำลังรับประทานทานอาหารมื้อกลางวันที่บ้านสีฟ้าและกล่าวขอบคุณทุกๆคนที่ให้แฟนผมอาศัยอยู่ที่นี่ พวกเขาบอกว่ายินดี และพร้อมจะต้อนรับหากพวกเรากลับมาอีก จากนั้นก็มีรถตุ๊กตุ๊กที่เราเรียก เพื่อมาส่งเราไปที่หมู่บ้านใหญ่ที่มีรถบัสไปยัง อุดรธานี ตลอดทางผมรู้สึกเศร้าที่ต้องจากหมู่บ้านนี้และรู้สึกมีความสุขที่ได้มีโอกาศสัมผัสกับประสบการณ์นี้ ผมรู้สึกเหมือนผมได้รับโอกาศพิเศษที่ได้รับประสบการ์ณนั้น ในรถบัสผมได้แต่คิดว่าผมต้องขอบคุณผู้หญิงคนนั้นที่แนะนำผมให้เจอกับพระอาวุโสใกล้อุดรและต้องขอบคุณพระอาวุโส ที่ชื่อ หลวงตามหาบัว ที่ตอนนั้นผมไม่รุ้ว่าท่านเป็นใคร หลายสิ่งที่เกิดกับผมและชีวิตผม และสิ่งแปลกๆในชีวิตคือบางครั้งสิ่งที่เราคิดว่าไม่สำคัญมันสามารถเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตเราได้ วันสุดท้าย ก่อนออกจากป่า ผมได้ถ่ายรูปพระในป่าด้วยกล้องฟิมล์ ทุกๆภาพเหมือนมีความผิดปกติบางอย่างในรูป เหมือนมีควันดำๆข้างพระด้วยรูปร่างแตกต่างกันออกไป ผมยังคงมีรูปนั้นอยู่ที่ไหนสักแห่งในกล่องและไม่นานถ้าผมมีเวลา ผมจะสามารถทำมันเป็นไฟล์ดิจทัลและโพสมันให้ได้เห็น
โปรดติดตามตอนต่อไป ...
Love and Happiness