เรื่องราวนี้ของผม จำเป็นต้องแบ่งอย่างน้อย 4 ตอน เพื่อย้อนถึงเหตุการณ์ทั้งหมดให้คุณเข้าใจ มันเป็นเรื่องที่ผมจำได้ดีเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ผมจะเล่าสิ่งที่เกิดขึ้น ผมคิดว่าทุกๆท่านเป็นคนไทยจึงสามารถเข้าใจมันได้ ซึ่งผมเป็นฝรั่งจึงอาจยังไม่เข้าใจ จากที่ผมได้กล่าวในบทความที่แล้ว ถึงชื่อ ของหลวงตามหาบัว ซึ่งชื่อนี้เองที่จะเปลี่ยนชีวิตของผมในหลายๆด้าน
เมื่อผมได้มาถึง หมู่บ้าน ไชยน้อย และ ตอนนี้ผมได้อยู่ตรงหน้า พระท่านหนึ่ง ซึ่งสวมจีวรสีน้ำตาลและเท้าเปล่า ในความคิดของชาวต่างชาติอย่างผม คิดว่า ท่านคือพระที่อยู่ตามหมู่บ้าน ดังนั้นท่านจึงเดินเท้าเปล่า พวกเราได้นั่งกับคนไทยคนอื่นๆ ที่อยู่ใต้กระท่อมและท่านก็ได้ถามชื่อผม ถามว่ามาจากที่ไหน และถามเกี่ยวกับ เหตุผลที่ทำให้ผมมาที่นี้ ผมจึงเล่าให้เขาฟังเกี่ยวกับประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในอพาทเม้นต์ ขณะที่เขาฟังผมอยู่นั้น เขาก็ยิ้มไปด้วย และคนอื่นๆก็เริ่มหัวเราะผม และถามผมด้วยคำถามหยอกล้อ ว่า “คุณจะใช้เวลาอยู่กับ อาจารย์ทั้งคืนหรอ” และพวกเขาก็หัวเราะออกมา ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร แต่อย่างไรก็ตาม ผมมาที่นี่จากคำแนะนำ ของ พระอาวุโสเพื่อมาหาคำตอบ ดังนั้น เสียงหัวเราะจากคนอื่นๆ จึงไม่มีผลกับผม หลังจากพูดคุยล้อเล่นกับคนอื่นๆอยู่นาน ประมาณ 1 ชั่วโมง พระอาทิตย์ก็เริ่มตก และ พระท่านก็บอกผมว่าถึงเวลาที่เราต้องไปแล้ว โดยคืนนั้นแฟนของผมจะรอผมอยู่ที่บ้านสีฟ้า พระท่านนั้นถามผมว่า ผมมีกระเป๋าไหม ซึ่งผมไม่มี ในใจของผม ผมคิดว่าคืนนี้จะต้องใช้เวลาอยู่ที่วัดและต้องอยู่เป็นเวลา 24 ชั่วโมง พวกเราออกจากหมู่บ้านและเดินผ่านทุ่งนาเป็นเวลา 30 – 40 นาที ระหว่างทางเดินไม่มีแม้แต่บ้านหรือผู้คน มีเพียงทุ่งหญ้าและป่าเล็กๆล้อมรอบ ผมเดินตามพระตลอดเส้นทางและคิดว่าเราน่าจะถึงวัด หรือ หมู่บ้านในไม่ช้า
ดวงอาทิตย์กำลังจะหายไป แต่ยังมีแสงหลงเหลืออยู่บ้าง หลังจากเดินค่อนข้างนานเราก็เริ่มเข้าไปในป่าเล็กๆและข้ามไปเจอป่าที่ใหญ่กว่า ทันใดนั้นเอง ตัวผมก็สัมผัสกับความรู้สึกถึงแปลกๆ ผมรู้ทันทีถึงความรู้สึกนี้เพราะมันเคยเกิดขึ้นเมื่อผมยังเด็กซึ่งผมจะคิดหาคำตอบไปในทางจิตวิทยา มันเป็นความรู้สึกเหมือนถูกคนบางคนจ้องมอง แต่ที่นั่นคือป่าและไม่มีใครอยู่เลย ตอนที่เดินผ่านป่าแห่งแรกยังไม่รู้สึกอะไร แต่ที่นี่ผมมีความรู้สึกแปลกๆ วันนี้ผมให้คำตอบกับตัวเองว่ามันคือพลังงานบางอย่างที่แตกต่าง ผมได้เดินตามพระรูปนั้นตามทางเล็กๆในป่า เขาหยิบไฟฉายออกจากกระเป๋าและส่องไฟไปที่บางอย่าง มันเหมือนกับชิ้นส่วนของต้นไม้และเหมือนว่ามีใครได้เผามัน พระท่านได้บอกผมว่า เราเผาเด็กทารกกันที่นี่ ผมไม่ได้พูดอะไรเพราะผมรู้อยู่แล้วว่าคนไทยจะเผาศพเมื่อเสียชีวิต แต่เพียงแค่การทำเช่นนี้ในป่าค่อนข้างใหม่สำหรับผม แต่ที่นี่คือหมู่บ้านทางอีสานมันก็สามารถเข้าใจได้ หลังจากนั้น เขาก็ฉายไฟ ไปยังอีกที่ซึ่งไว้เผาผู้หญิงและฉายไฟไปที่อื่นๆอีกหลายที่ ซึ่งตอนนั้นผมได้รู้แล้วว่า ผมอยู่ตรงกลางป่าที่ชาวบ้านใช้เผาศพคนตาย พวกเราเดินจนมาถึงบังกะโลไม้ไผ่เล็กๆหลังหนึ่ง มันเล็กมาก พระท่านอาจจะต้องงอตัวหากจะนอนในนั้น เมื่อเขาเปิดประตูเข้าไปผมสามารถเห็นทั้งห้องซึ่งมีร่มขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง และยังเต็มไปด้วยยุง พระท่านได้เอาผ้าห่มออกมาให้ผม และชี้ให้เห็นม้านั้งไม้ไผ่ที่อยู่ข้างนอก และบอกผมว่าคุณจะต้องนอนที่นี่ ซึ่งโอเคสำหรับผม เพราะเคยผมเข้าป่าและนอนกลางแจ้งมาก่อนแล้ว
คืนนั้น ผมไม่ได้ทานอะไรเลย แต่ไม่ได้มีปัญหาสำหรับผม ซึ่งเราพูดคุยกันนานเกี่ยวกับหลายๆสิ่ง เราคุยกันที่ข้างหน้าบังกะโลของเขา ก่อนที่จะถามเขาผมได้เข้าใจแล้วว่าพระรูปนี้เป็นพระฤาษี อาศัยคนเดียวในป่า ผมเริ่มถามเกี่ยวกับชีวิตเขา เขาบอกผมว่า ก่อนหน้านี้เขาเป็นคนชกต่อยเก่งและวันหนึ่งเขาตัดสินใจเปลี่ยนวิถีชีวิตและดูเหมือนเขาจะเชื่อในสิ่งที่เขาทำอยู่มาก เขาบอกผมอีกว่า เขาไม่มีสนใจพระที่ใส่จีวรที่ส้ม และ บอกอีกว่า พวกเขาไม่ปฏิบัติตามหลักของศาสนาพุธท เขาบอกว่าพระอย่างเขาคือพระจริงๆ คือ กินวันละครั้งตอน 7 โมงเช้า และใช้เวลาทั้งวันนั่งสมาธิ และเขาบอกอีกว่า บางครั้งต้องออกไปหาผู้คนหรือต้องเดินทาง เขาบอกผมว่า เมื่อไหร่ที่เขาต้องเดินทางเขาจะไม่ใส่รองเท้า ไม่เคยใช้รถบัส รถยนต์ หรือ รถจักรยานยนต์ แค่เดินเท้าเปล่าเท่านั้น และการเดินทางอาจต้องใช้เวลาเป็นเดือน นอกจากนั้น เขายังไม่เคยแตะต้องเงิน จะมีบางคนทำให้เขาแทน หลังจากพูดคุยเปิดเผยเกี่ยวกับชีวิตของเรา และ ชีวิตของผมในกรุงเทพช่วงปี 92 เขาบอกผมว่า สิ่งที่เกิดขึ้น คือ เกิดจากดวงวิญญาณที่อยู่ไม่สงบ เช่น ถูกฆาตกรรม โรคภัยไข้เจ็บ อุบัติเหตุ หรือบางอย่างที่ไม่ดี เขาบอกอีกว่า ผมต้องได้รับคำเตือนก่อนเกิดอะไรขึ้น เมื่อเขาบอกผมเกี่ยวกับการเตือน ผมพยายามตั้งคำถามว่าอะไรที่เป็นคำเตือนจากโลกวิญญาณ เขาบอกว่าแน่นอนผมต้องได้รับคำเตือนเมื่อผมเข้ามารุกล้ำอาณาเขตของวิญญาณ หลังจากได้พูดคุยกับเขา ผมรู้แล้วว่าเขาพูดถูก เขาบอกผมเกี่ยวกับการเตือนซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและเกือบมองไม่เห็นหรือรู้สึก ผมจำได้ครั้งแรกที่เข้าไปในอพาทเม้นต์ ขณะที่ผมเดินตามเจ้าหน้าที่ของที่นั่นขึ้นบันได ผมมีความรู้สึกแปลกๆ ประมาณ 1-2 วินาที และผมเพิ่งนึกได้หลังจากนั้นเก้าปี ว่ามันอาจเป็นการเตือนอะไรบางอย่าง ซึ่งในโลกของชาวต่างชาติ ความรู้สึกแบบนี้เราจะคิดว่ามันเกิดจากจิตใจของเราเอง คำตอบทางวิทยาศาสตร์เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการหลีกเลี่ยงคำถามที่รบกวนทั้งหมด พระรูปนี้ก็ได้เล่าต่ออีกว่า คนไทยจะไม่มาที่นี่ เพราะพวกเขากลัววิญญาณที่อาศัยอยู่ มีแค่ชายคนหนึ่งเข้ามาที่นี่ในตอนเช้า เพื่อนำอาหารมาให้พระท่านเราหยุดพูดคุยเมื่อถึงเวลาประมาณ ตีหนึ่ง และผมก็ไปนอนที่ม้านั่งพร้อมผ้าห่ม ตอนแรกผมนอนไม่หลับ ไม่ใช่เพราะบรรยากาศแต่เป็นเพราะผมพยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่ผมเพิ่งเรียนรู้มา ผมนอนคิดไปประมาณ 40 นาที หรือ หนึ่งชั่วโมง ทันใดนั้น ผมก็ได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้องซึ่งไม่ไกลจากที่เราอยู่มากนัก เสียงกรีดร้องฟังดูดุดันและเต็มไปด้วยความโกธร ผมรู้สึกเหมือนผู้หญิงอยู่ในบ้าน อาจมีช่วงเวลาที่ไม่ดีกับสามีของเธอ หรืออะไรก็ตาม แต่ผมไม่สามารถไปตรวจสอบอะไรได้ ผมอยู่กลางป่าที่มืดมากๆไม่มีแสงไฟ หลังจากได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้องสองครั้ง สุดท้ายผมก็หลับไป ในตอนเช้า พระท่านก็ได้มาปลุกผม และคำแรกที่พระพูดคือ “คุณเป็นคนที่ดี งูเห่าเลยเข้ามานอนกับคุณ” ผมจึงยืนขึ้นจากม้านั้งและไม่แน่ใจกับสิ่งที่ท่านพูด จากนั้นเขาก็แสดงให้เห็นที่พื้น ที่บังกะโลจะมีทรายอยู่รอบๆพื้นและมีรอยงูเลื้อย ซึ่งมันมาหยุดที่ม้านั่งและค่อยเลื้อยไปต่อ บางท่านอาจทราบอยู่แล้วว่าผมคุ้นเคยกับงูและเคยจับพวกมันเพื่อย้ายที่มันมาอยู่ในป่า ดังนั้นผมค่อนข้างมั่นใจว่านั่นเป็นรอยของงูจริงๆ ไม่ได้เกิดจากพระทำขึ้นมา ผมรู้ว่างูไม่โจมตีมนุษย์แต่ชอบที่จะเข้ามาใกล้เวลาเราหลับซึ่งไม่ได้ทำให้ผมประหลาดใจ แต่การตีความในวัฒนธรรมไทยเป็นสิ่งที่ดี วันนั้นผมกลับมาที่หมู่บ้าน และระหว่างทางเขาได้ขอให้ผมอยู่เพิ่มอีกหนึ่งคืนและผมก็ตอบตงลงที่จะอาศัยในหมู่บ้านแม้จะไม่ได้ถามความเห็นจากแฟนผม ผมสามารถเข้าใจได้ว่าเธออาจไม่สบายใจที่อยู่ในบ้านของคนที่ไม่ได้รู้จักกัน แต่ความรู้สึกของผมมันบอกให้อยู่ต่อ เมื่อคืนนั้นที่ผมได้อยู่กับพระในป่า ชื่อหลวงตามหาบัว ถูกพูดถึง 2 – 3 ครั้ง ผมคิดว่าพระฤาษีรูปนี้คงมีความเคารพต่อพระผู้อาวุโสท่านนั้นแน่
โปรดติดตามตอนต่อไป ...
Love and Happiness