หูตึง เป็นอย่างไร?
อย่างที่เข้าใจดีว่า อาการหูตึง หมายความว่าอาการที่พวกเราเริ่มจะไม่ค่อยได้ยินเสียงอะไรอย่างเห็นได้ชัด ตามเดิมพวกเราน่าจะได้ยินเสียงที่ดังกว่า 25 เดซิเบล แม้กระนั้นไม่เกิน 90 เดซิเบล อาการหูตึงสามารถเป็นเพียงหูด้านเดียว หรือหูทั้งสองข้างเลยก็ได้
ถ้าเกิดมีลักษณะอาการหูตึงนิดหน่อย บางทีก็อาจจะมิได้ยินเสียงที่เบามากๆหรือเสียงกระซิบกระซาบ แม้หูตึงระดับปานกลาง ซึ่งก็คือจะเริ่มไม่ค่อยได้ยินเสียงระดับที่เป็นบทสำหรับพูดทั่วๆไป ถ้าหูตึงมากมายๆบางทีอาจมิได้ยินเสียงดังๆและก็บางทีอาจถึงขนาดได้ยินเสียงร้องที่ดังมากมาย ในระดับที่เบาๆหรือได้ยินเพียงนิดหน่อย
หูตึง มีสาเหตุมาจากอะไร?
หูตึงจากการฟังเสียงดัง
โดยส่วนมาก อาการหูตึงมักมีสาเหตุมาจากการฟังเสียงดังนานๆจนถึงทำให้เซลล์ขนในชั้นหูชั้นในถูกทำลาย (ความดังของเสียงประมาณมากยิ่งกว่า 85 เดซิเบลขึ้นไป) โดยบางทีอาจเป็นอาการหูตึงชั่วครั้งคราว หรือหูตึงแบบถาวรก็ได้ ถ้าเกิดเป็นอาการหูตึงจากการฟังเสียงดังนานๆจะไม่มีแนวทางรักษา ก็เลยไม่สมควรอยู่ภายในเขตพื้นที่ที่เสียงดังมากเกินไปเป็นเวลานานๆหรือถ้าจำเป็นที่จะต้องดำเนินการ ควรจะมีที่อุดหูเพื่อช่วยลดระดับความดังของเสียงหูตึงจากโรคน้ำมนหูแตกต่างกัน (ไม่นิเครื่องปรับอากาศ)
โรคน้ำในหูแตกต่างกัน เกิดขึ้นจากความดันของเหลวในหูชั้นในสูงเกินธรรมดา ทำให้เซลล์ขนย้ายหูชั้นในถูกทำลาย โดยมีบางทีอาจอาการราวกับประสาทหูเสื่อม มีเสียงอื่นๆดังก่อกวนในหู รวมทั้งมีลักษณะอาการเวียนหัว โดยอาการเริ่มต้นอาจจะเริ่มต้นจากไม่ค่อยได้ยินเสียงแบบเป็นๆหายๆโดยอาจจะเริ่มจากเสียงทุ้มก่อน ข้างหลังๆอาจจะเริ่มต้นมีลักษณะอาการเวียนหัวที่ร้ายแรงขึ้น อาเจียน หรือคลื่นไส้ร่วมด้วย ถ้าหากมีลักษณะอาการดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ควรจะขอคำแนะนำหมอ เพื่อกระทำรักษาด้วยการใช้การทานยา หรือผ่าตัดหูตึงจากยา
อาการหูตึงบางทีอาจเกิดขึ้นมาจากผลกระทบของยาบางจำพวก ตัวอย่างเช่น ยาพารา ยาแก้ไอ สารประกอบพวกสารหนู ตะกั่ว ปรอท แล้วก็ยาปฏิชีวนะ ดังเช่น ยาแก้อักเสบต่างๆแม้หยุดยาอาการบางทีอาจดียิ่งขึ้น หรือบางรายอาจมีอาการข้างหลังรับยาไปได้สักระยะ ถ้าหากมีลักษณะหนักจนถึงก่อกวนการใช้ชีวิต ควรจะขอคำแนะนำหมอเพื่อขากลายเป็นยาที่สมควรหูตึงเพราะว่าอายุสูงมากขึ้น
เรียกกล้วยๆว่าเป็นอาการหูตึงที่มากับอายุที่สูงขึ้นนั่นเอง เมื่อมนุษย์เราอายุเกิน 50 เซลล์ต่างๆภายในร่างกายก็จะเริ่มถดถอยลง เซลล์ขนในหูชั้นในบางทีอาจเสื่องลงอย่างช้าๆภาวะไปตามเวลา โดยบางทีอาจเริ้มจากการเริ่มฟังโทนเสียงแหลมมิได้ยิน จนตราบเท่าลุกลามมาถึงเสียงในระดับการพูดคุยธรรมดา แม้ว่าจะเป็นอาการหูตึงหวานใจษามิได้ แม้กระนั้นมีเครื่อวช่วยฟังซึ่งสามารถใช้ช่วยคนแก่ได้หูตึงจากเนื้องอกของเส้นประสาทหู
หูตึงจากเนื้องอกของเส้นประสาทหู จะมีลักษณะหูตึงเพียงแต่ด้านเดียว โดยอาการจะเบาๆมากขึ้น เริ่มมีเสียงดังก่อกวนในหู เริ่มฟังไม่ค่อยชัด จับใจความ หรือจับแบบเป็นๆคำกล่าวไม่ค่อยได้ (พิจารณาได้จากตอนพูดคุยโทรศัพท์ด้วยหูข้างที่มีปัญหา) แม้เนื้องอกโตมากมายๆบางทีอาจกดทับประสาทจนถึงทำให้มีปัญหาการมองมองเห็น หรือหน้าเบี้ยว แล้วก็เริ่มทรงตัวไม่ค่อยดีหูตึงทันควัน หรือหูดับ
เป็นผลมาจากการรับเชื้อของหูชั้นใน โดยเลือดมาหล่อเลี้ยงหูชั้นในน้อยเกินไป หรืออาจจะเกิดขึ้นได้ก็เพราะเนื้องอกกดทับเส้นประสาทหู มากมายดทับเส้นโลหิตที่ไปเลี้ยงหูชั้นในต่ออีกครั้งหนึ่ง ซึ่งอันตรายอย่างยิ่ง ควรจะเจอหมอด่วนที่สุดหูตึงจากอุบัติเหตุในหูชั้นใน
เกิดขึ้นได้เนื่องมาจากหูถูกกระทบกระแทก ถูกตีที่กกหู หรือถูกตี ถูกชนอย่างแรงจากข้างหลังหัว จนกระทั่งทำให้กระดูกหูชั้นในแตก หรือร้าว โดยอาจมีอาการเพียงแค่หูตึงนิดหน่อย ไปจนกระทั่งหูหนวกได้ ขึ้นกับความร้ายแรงที่เกิดขึ้น รวมทั้งอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย ได้แก่ เวียนหัว มีลักษณะอาการชาใบหน้าในส่วนที่ใกล้เคียงกับหูข้างที่มีปัญหา อาการแบบงี้ควรจะได้รับความควบคุมจากหมออย่างใกล้ชิด
แนวทางพินิจอาการ “หูตึง” ด้วยตัวเอง
ทดลองฟังเสียงกระซุบกระซิบในระยะ 10 ซม. หรือยกมือขึ้นในระยะใกล้ๆหู ราว1 นิ้ว ใช้นิ้วชี้รวมทั้งนิ้วโป้งถูกันจนกระทั่งกำเนิดเสียงเบาๆระดับเสียงนี้จะอยู่ที่ประมาณ30 เดซิเบล ถ้าหากได้ยินมีความหมายว่าหูยังธรรมดาอยู่ แต่ว่าถ้าหากมิได้ยินแปลว่าอาจมีการเสี่ยงที่จะมีลักษณะหูตึง
ถ้าหากผู้ใดกันแน่ที่ไม่แน่ใจว่าตนเองมีลักษณะหูตึงไหม หรือมีลักษณะเปลี่ยนไปจากปกติจนถึงก่อกวนการใช้ชีวิตประจำวัน สามารถเข้ารับการตรวจร่างกายของหู จากหมอผู้ที่มีความชำนาญด้านคอ หู จมูก ได้ตามสถานพยาบาลใกล้บ้านจ้ะ
เรียบเรียงจาก www.sanook.com/health/5997