วันนี้ผมต้องการหาหนังสือที่ผมเคยซื้อเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว เพื่อให้น้องที่ทำงานอ่าน พอหาไปเรื่อยๆ ก็พบหนังสือมากมาย ส่วนมากเป็นหนังสือที่เกี่ยวกับจิตวิทยา แนวพัฒนาชีวิตเกือบทั้งหมดครับ
หนังสืออยู่หลายที่ครับ มีทั้งในกล่อง ในตู้ต่างๆ กระจายไปหมดเลย ส่วนใหญ่ผมจะซื้อมาเอง แต่บางส่วนก็มีคนอื่นให้มาครับ
ช่วงนั้นผมชอบอ่านหนังสือแนวพัฒนาชีวิตมากๆครับ มีทั้งซื้อในร้านหนังสือทั่วไป และมีซื้อหนังสือมือสองหลายเล่มมาอ่าน เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงคาบเกี่ยวระหว่างช่วงเรียนกับช่วงที่ทำงานใหม่ๆ ตอนนั้นยังไม่ค่อยมีเงิน หนังสือมือสองจึงช่วยให้ผมลดค่าใช้จ่ายในการซื้อหนังสืออย่างมากครับ
พอผ่านมาอีกประมาณปีถึงสองปี หนังสือก็เต็มไปหมดครับ ผมก็เลยใช้วิธีประหยัดเงินด้วยการไปร้านหนังสือและไปยืนอ่าน วันละครึ่งชั่วโมงหรือหนึ่งชั่วโมง แต่ละวันจะยืนอ่านที่ร้านไม่ซ้ำกัน เพราะเดี๋ยวคนขายจะต่อว่าได้ครับ
แต่จริงๆ แล้วคนขายก็น่าจะจำได้ เพราะผมไปยืนอ่านแบบนี้ เป็นเดือนเลยครับ อ่านจบไปหลายเล่มเลย
ที่ผมชอบอ่านหนังสือแนวนี้ เพราะ ผมต้องการเรียนรู้ชีวิตครับ ต้องการรู้ว่าใช้ชีวิตอย่างไรถึงจะมีความสุขจริงๆ ทำยังไงชีวิตเราถึงจะดี แล้วอะไรคือชีวิตที่ดีมีความสุขกันแน่
พออ่านไปอ่านมา ก็เลยเริ่มที่จะสังเกตชีวิตของเราและของคนอื่น และหลังจากนั้นผมก็เริ่มอ่านหนังสือน้อยลงครับ แต่เปลี่ยนไปเรียนรู้กับเหตุการณ์จริง
ผมได้จดบันทึกเป็นคำสั้นๆ มาเรื่อยๆ เคยมาดูระยะเวลาที่จดครั้งแรก ตอนนี้ก็ผ่านมา 11 ปีแล้วครับ ที่ผมจดบันทึกข้อความสั้นๆ เพื่อเตือนใจตัวเอง ให้เราได้ทำในสิ่งที่จะทำให้ชีวิตเราพบกับความสุข
ความจริงเมื่อ 11 ปีที่แล้ว ผมได้เขียนบทความคล้ายๆ กับเขียนใน steemit เหมือนกันครับ ผมเขียนในเว็บ Bloggang ครับ
จุดเริ่มต้นการเขียนของผม มาจากอ่านหนังสือพิมพ์ คนที่เขาเขียนในเว็บ Bloggang เขียนไปเรื่อยๆ จนได้ทำหนังสือขาย ตอนนั้นผมก็เลยลองไปเขียนบ้างครับ
ตอนนั้นสิ่งที่ผมเขียน ผมเขียนเรื่องทั่วไปแบบวัยรุ่นครับ เขียนว่าไปทำอะไรมาบ้าง แต่ก็ใส่สาระเอาไว้ครับ ชื่อหัวข้อว่า เรื่อยเปื่อย..แต่มีสาระ
ข้ามมาถึงเรื่องที่ผมได้จดบันทึกข้อความสั้นๆ ผมได้เรียนรู้จากชีวิตจริงของตัวเองและของคนอื่น จนมากมายเป็นร้อยข้อความ ข้อความบางส่วนก็นำมาใส่ในแฟนเพจหนังสือเตือนใจของเราครับ
ด้วยความที่ข้อความที่จดเอาไว้มากมาย ผมเลยมีความคิดว่าต้องการเขียนหนังสือบ้าง
มีอยู่วันนึง นิตยสาร A-day หาคนมาเขียนคอลัมน์เกี่ยวกับการสร้างความสุข ผมก็เลยส่งไป และสุดท้ายเขาก็ไม่เลือกเรา ผมจึงได้นำข้อความบางส่วนมาเขียนในหนังสือเตือนใจของเราครับ
และหลังจากนั้นก็มีไอเดียว่าจะทำหนังสือ พอดีผมนึกถึงเวลาที่เพื่อนมาเล่า มาปรึกษาเวลามีปัญหา เลยตั้งชื่อหนังสือว่า ไม่เหงาเพราะเรามีตัวเอง ที่จะเล่าถึงเรื่องของการทำให้เรามีความสุขกับตัวเอง แต่สุดท้ายหนังสือเล่มนั้นโปรเจคก็ล่ม ไม่ได้เขียนต่อครับ
ตอนนั้นชื่อหนังสือเตือนใจของเรา ชื่อเดิมชื่อว่าสุขใจง่ายๆได้ด้วยตัวเอง ก่อนที่จะมาเปลี่ยนเพราะตอนที่เขียนไปเรื่อยๆ ข้อความต่างๆคอยเตือนใจของผมเองด้วยเหมือนกันครับ เลยตั้งชื่อให้เข้ากับหนังสือเล่มนี้ ที่หนังสือเล่มนี้ต่อไปจะทำหน้าที่เป็นหนังสือที่คอยเตือนใจทุกคนที่ได้อ่านครับ
และนี่จึงเป็นที่มาของผมครับ ว่าทำไมผมถึงได้มาทำหนังสือ ได้มาเขียนบทความเกี่ยวกับการพบความสุขในตัวเองครับ
เราทุกคนต่างผ่านชีวิตมามากมาย มีความชอบ ความถนัด ประสบการณ์ที่แตกต่างกัน จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมเราถึงเป็นในแบบคนอื่นไม่ได้ครับ
เรามักจะมองข้ามการกระทำที่ผ่านมา ที่ได้หล่อหลอมเราขึ้นมาเป็นอย่างในวันนี้ เรามักจะมองดูคนอื่นที่พบกับสิ่งที่ดี แล้วเราก็ทำตามเขา โดยที่ลืมคิดไปว่า การที่เขาได้รับสิ่งที่ดี เป็นเพราะการกระทำของเขาที่ผ่านมา
การใช้ชีวิตในตอนนี้ของเรา จะส่งผลถึงอนาคต เหมือนกับในตอนนี้ที่เราใช้ชีวิตกับผลลัพธ์จากการกระทำในอดีตของเราอยู่ ทำตอนนี้ให้ดีที่สุด จะลงมือทำอะไรก็ให้นึกถึงตัวเองในอนาคต ว่าเรานั้นจะได้รับอะไร ถ้าเราทำสิ่งที่ดี ซื่อสัตย์ มีความตั้งใจ ตัวเราในอนาคต ก็จะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขครับ
Thanks for reading.
Author: Tawa Siriwach
More : www.facebook.com/TawaDesign
www.facebook.com/onewordoneinspiration
http://tawadesign.wixsite.com/tawadesign
บทความย้อนหลังเกี่ยวกับ Steemit ครับ
- วิธีแปลงจาก SBD เป็นเงินบาทครับ
https://steemit.com/thai/@tawasiriwach/computer-tips-25-steem-dollars-dash-blocktrades-eacb44b88ac4c - เว็บ bx เว็บที่ใช้แปลงเป็นเงินบาทครับ
https://steemit.com/thai/@tawasiriwach/computer-tips-19-exchange