Dear All Steemian Friends.
สวัสดีค่ะเพื่อนๆชาว Steemit ทุกคน คงสบายกันดีนะคะ
::: ตั้งแต่เราขายเกสเฮ้าส์ไป บอกตามตรงว่า เบื่อความวุ่นวายมากๆ เพราะงานบริการ
ไม่มีเวลา หยุดพักผ่อนเลย บางคืน ตีสอง ตีสาม....อ้าวห้องนั้นไฟเสีย เดี๋ยวน้ำรั่ว ท่อ
น้ำแตก เดี๋ยวขี้เมา กลับมา โวยวาย กลางดึก รบกวนแขกห้องอื่นๆ หลายครั้งสามีภรร
Photo By = ห้องนี้หลอนมาก มีประวัติค่ะ
ยา ทะเลาะกัน เดี๋ยวของหาย เดือดร้อน ถึงตำรวจ อยู่บ่อยครั้ง ปัญหาร้อยแปดพันเก้า
จริงๆ โอ้โห......บอกเลยว่า เหนื่อยบรม! อีกอย่าง คงเป็นเพราะเรา กิน นอน อยู่ที่เกส
เฮ้าส์ 24 ชั่วโมง คือ เป็นยามด้วย อีกอย่าง มันเป็น กิจการ ครั้งแรก เราจึงพยายามทำ
เองทุกอย่าง เพราะว่าเรา อยากเรียนรู้ ด้วยตัวเอง....เราจ้างคนงาน มาช่วยงานห้าคน
(เป็นเกสเฮ้าส์ ค่อนข้างกว้างใหญ่ มี 22 ห้อง ทำร้านอาหารด้วย ขายทัวร์ มีรถให้เช่า)
เรามีความรู้สึกว่า เวลาที่เรา ทำอะไรๆเอง มันได้ดั่งใจดีกว่า แต่ถ้า มานั่ง ทำเองหมด
และ ทุกวัน มันก็ไม่ไหว แต่ก็ยัง ดันทุรัง อยากจะทำเองอยู่ดี แต่มีน้องชายมาช่วยทำ
ในช่วง ตอนกลางคืน ช่วยอยู่ประมาณปีกว่า ก็ค่อยผ่อนแรงเรา ไปได้บ้าง พอทำได้ปี
กว่า ก็รู้สึก เบื่อมากๆ จึงตัดสินใจ ยกเกสเฮ้าส์ ให้น้องชาย แต่น้องชาย ก็ไม่เอา โดย
Photo By = ชั้นสอง ฝั่งซ้ายมือ
ให้ เหตุผลว่า เขาพูด ภาษาอังกฤษ ไม่เป็น และ แขกส่วนมาก ที่กลับมา ใช้บริการ ก็
กลับมาเพราะเรา จึงเกรงว่า ถ้าพี่ไม่อยู่ จะไปไม่รอด เราจึง ต้ดสินใจขาย หลังจากที่
ทำได้ ห้าปีกว่า........ไม่น่าเชื่อว่า กิจการของเรา จะไปได้สวย และทำได้ดีมากๆ สำ
หรับมือใหม่ อย่างเรา ที่เริ่มทำกิจการ เป็นครั้งแรก คือว่า ทำได้สิบเดือน ก็ทำเงินได้
สองล้านกว่าแล้ว ได้ทุนคืนหมดแล้ว แถมกำไลด้วย...
::: ที่เราประสบความสำเร็จ ในครั้งนี้ได้ ก็เป็นเพราะ คำนินทา ดูถูก เหยียดหยามจาก
Photo By = วิวจากด้านหน้าเกสเฮ้าส์
เพื่อนใหม่ๆ ที่เราเพิ่งรู้จักที่เชียงใหม่ พวกเขาพูดกันว่า "พนันเลยว่า มันทำได้ไม่เกิน
สามเดือนหรอก เดี๋ยวมันก็ขายทิ้ง" บ้างก็ว่า "อ่ะ ต่อให้หกเดือน ไม่รอดแน่ๆ ชัวร์" อีก
อย่าง เรามาจาก ต่างถิ่น ไม่รู้จักคุ้นเคย กับเชียงใหม่ สักเท่าไหร่ มีเพียง ลูกชายของ
Photo By = ร้านอาหาร และเคาเตอร์ เช็คอิน
ป้า เท่านั้น ที่เรารู้จัก และช่วงที่เริ่มทำ ก็เป็นหน้าโลว์ด้วย.....เพื่อนๆ หลายคน จึงคิด
ว่ายังไงเรา ก็ไปไม่รอด.....เป็นเพราะคำพูด เหล่านั้นแท้ๆ มันทำให้เรา มีความมุ่งมั่น
มากขึ้น และคิดอยู่ ตลอดเวลาว่า......เราจะต้อง ทำให้ได้ ต้องไปให้รอด.....ต้องขอ
Photo By = ห้องครัว ต้องขาวไว้ก่อน
ขอบคุณเพื่อนๆ เพราะคำพูด เหล่านั้น มันเป็นเสมือน ยาชูกำลัง สำหรับเรา ขอบคุณ
จริงๆ จากใจ.....ไม่ได้ประชดนะคะ
::: พอทำได้ ห้าปีกว่า ก็รู้สึกแปลกๆ คือเบื่อหน่าย กับความวุ่นวาย ไม่อยากจะ เอาใจ
Photo By = ประตูทางเข้า ด้านหน้า เกสเฮ้าส์
ลูกค้า หรือ ใครต่อใคร อีกต่อไปแล้ว จึงตัดสินใจ ขายเกสเฮ้าส์ แล้วไป เช่าบ้านสวน
อยู่ห่างไกล จากผู้คน ห่างไกล จากญาติ พี่น้อง และเพื่อน โทรศัพท์ มือถือ ถ้าไม่จำ
เป็นจริงๆก็ทิ้งไว้ จนแบตหมด.....จะใช้ที ก้อต้องเดินหา สัญญาณ ตามถนน.....บ้าน
Photo By = วันหนึ่ง ฝนตก ลมแรง ดอกเฟื่องฟ้า หน้าบ้านล้มค่ะ
สวนหลังนั้น อยู่ใกล้ ทางขึ้นไป อุทยาน ออบขาน......ไม่มี น้ำประปา ไม่มี ไฟฟ้าใช้
ก่อไฟหุงข้าว ต้มกาแฟ.....ลำบากนะ แต่กลับ มีความสุขใจ อย่างบอกไม่ถูก
::: ช่วงเวลานั้น เบื่อและปลง ในชีวิตมากๆ ไม่อยากได้ ใคร่ดีอะไรทั้งนั้น.....แต่มันก็
Photo By = มันเลื้อยขึ้น ต้นมะม่วงตาย น่าเสียดาย ที่ต้องตัดทิ้ง
แปลกดีนะ ในชีวิตนี้ สามครั้งแล้ว ที่เราเป็นแบบนี้ ครั้งแรกตอนวัยรุ่น อายุก็ประมาณ
17 - 18 ปี เท่านั้นเอง......เราพยายาม หาสาเหตุ อยู่หลายครั้ง มันอาจจะเป็นผลกระ
ทบ มาจากการใช้ชีวิต ในวัยเด็กมั๊ง
::: แต่พออยู่ได้ไม่นาน ก็เริ่มเบื่ออีก เราคิดว่า มันคงเป็นเรื่องธรรมดา เราเคยทำงาน
Photo By = เป็นต้นเฟื่องฟ้าที่หนามาก
มาตลอด ก็หาทีอยู่ใหม่อีก คือย้ายไปอยู่ในที่ ที่สะดวกสบายมากขึ้น ที่ที่มีไฟฟ้า น้ำ
ประปา อินเตอร์เน็ต.......แต่ก็ยัง เป็นบ้านสวน ไม่ค่อยมีผู้คน พลุกพล่าน เราชอบอยู่
แบบนี้นะ สบายใจดี ไม่วุ่นวายด้วย
Photo By = เมื่อออกดอกพร้อมกัน นางสวยงามมากๆค่ะ
และคิดให้เจ็บปวด แต่นำคำพูด เหล่านั้น มาเป็นพลัง ในทางบวก
คำพูดเหล่านั้น จะกลายเป็นยาชูกำลังที่ดีที่สุด
Thank you for visiting my post and upvote!
ขอบคุณ เพื่อนๆทุกคน ที่ติดตาม เรื่องราว ของเราเสมอมา
ขอบคุณสำหรับ อัปโหวต + คอมเม้นท์ และกำลังใจที่มีให้กัน
Much Love