Dear Steemians Friend
......................ภาพนี้ถ่ายที่ฮอนแลนด์ เป็นตลาดดอกไม้........................
เพื่อนๆเคยได้ยินคำว่า "น้ำตาลในเลือดต่ำ" ไหม? มันเป็นอะไรที่ แย่มากๆ ควรระวัง
โดยเฉพาะสาวๆ ที่ต้องการ ลดน้ำหนัก เราเคยโดน กับตัวเองมาแล้ว แต่ไม่ได้ตั้งใจ
ที่จะลด น้ำหนักนะคะ
เรื่องมีอยู่ว่า หลังจากการเอ็กซ์เรย์ครั้งแรก หมอเห็นความผิดปกติ ช่วงรอบทรวงอก
ใหญ่ขึ้น สามเซ็นติเมตร แต่ไม่รู้ว่าทำไม จึงนัดให้ กลับไปเอ็กซ์เรย์ อีกสองครั้งก็ยัง
ไม่เจออะไร หมอจึงส่งเรา ไปเข้าเครื่องอุลตร้าซาวอีกสามครั้ง และแล้วหมอก็ตรวจ
เจอ เนืื้องอกที่ลิ้นปี่ ประมาณ 7 - 8 เม็ด
............................อัมสเตอร์ดัม ฮอนแลนด์................................
ดูในเอ็กซ์เรย์ มันเหมือนกับ พวงองุ่น หมอบอกว่า ไม่เคยเจอเคสแบบนี้
จึงขอผ่าตัดออก เพื่อการศึกษา เพื่อวงการแพทย์
(อ้าว! บ้าแล้ว เห็นตูเป็นอะไรเนื่ย? หนูลองยาเหรอ?) เราจึงถามหมอว่า
"หลังจากผ่าเอาออกแล้ว มันจะงอกอีกไหม? จะหายขาดไหม?" หมอบอกว่า
"ไม่แน่ใจ" อ้าว
"แล้วโอกาสรอดล่ะคะ?"
"ไม่สามารถให้คำตอบอะไรได้ ณ.ตอนนี้ เราจะส่งคุณไปผ่า
ตัดที่ฮาวาย เพราะที่เกาะไซปัน เราไม่มีอุปกรณ์ ที่ทันสมัย"
"แล้วตูจะผ่าตัดไปเพื่อ?" ในเมื่อจะผ่าหรือไม่ ก็ไม่ต่างกัน
หมอขอให้เรา เข้ารับการผ่าตัด แต่เราตอบไปว่า "ขอคิดดูก่อน"
หมอบอกว่า "โปรดจงรู้ว่า คุณไม่มีเวลามากนัก" อ้าว! ไหนบอกไม่รู้ไง?
..............................อัมสเตอร์ดัม ฮอนแลนด์..................................
หมอนัดเรามาคุยอาทิตย์ต่อมา ในวันวังอาร เพื่อส่งตัวเราไปผ่าตัดที่ฮาวาย
เราก็ไปตามนัด แต่ปล่อยให้เรารอ ตั้งสองชั่วโมง เราจึงทะเลาะกับพยาบาล
แล้วก็กลับบ้าน ไม่ไปโรงพยาบาล อีกเลย และตัดสินใจ รักษา ด้วยตัวเอง
เรางดทาน เนื้อสัตว์ ทุกชนิดทันที และเริ่มดูแลตัวเอง มากขึ้นหลายเท่าตัว
2 - 3 ปีต่อมา เราเริ่มมีอาการ มือชา เท้าชา บ่อยขึ้น และวันหนึ่งตอนบ่ายๆ
เราเริ่มหน้ามืด จึงไปนอน พักผ่อน คิดว่านอนไม่พอ แต่พอตกเย็น ก็เริ่มชา
ไปครึ่งตัว ลุงจึงมาหยิกตามตัวเรา แต่ไม่รู้สึกเจ็บเลย แกจึงแบกเราขึ้นบ่า
แลัวพาไปส่งที่ ICU ทันที ตอนนั้น สมองใกล้จะไม่ สั่งงานแล้ว ได้ยินหมอ
พูดซ้ำๆว่า "เจ็บมั๊ยๆๆๆ?" เราตอบไปว่า "ไม่ๆๆๆ" (มารู้ตอนหลังหมอใช้เข็ม
จิ้ม ที่ปลายเท้า ปลายนิ้วมือ ตั้งหลายครั้ง) หลังจากนั้น หมอก็พูดขึ้นว่า
..............................อัมสเตอร์ดัม ฮอนแลนด์..................................
"เธอขาดน้ำตาล ให้ต้ำตาล 70% และน้ำเกลือ" สักพัก ก็พูดขึ้นอีกว่า
"เพิ่มน้ำตาลเป็น 100%" หลังจากนั้น เราก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย จนกระทั่ง
เที่ยงคืน ที่ห้องพักฟื้น มือข้างนึงมีน้ำเกลือ และอีกข้างคิดว่าเป็นน้ำตาล
หมอบอกว่า ถ้ามาช้ากว่านี้ เราอาจช็อคและเสียชีวิต
การทานมังสวิรัติอย่างเคร่งคัดเป็นเวลานานๆ จึงทำให้ขาดสารอาหาร
บวกกับช่วงนั้น เราเป็นโรค นอนไม่หลับ อินซัมเนี่ย (Insomnia) อยู่หลายปี
นอนอาทิตย์ละ ไม่ถึงสิบชั่วโมง ไม่มีเรื่องให้คิดมาก แต่เป็นกรรมพันธ์ุ
แม่บอกว่า แม่ก็เคยเป็น ตอนอายุเริ่ม 18 ปี เป็นอยู่หลายปี
ทุกวันนี้ เราก็ยังไม่หายดี อาทิตย์นึง จะไม่นอนประมาณ 3 - 4 คืน
การนอนไม่หลับ ทำให้น้ำหนัก ลดลงอย่างลวดเร็ว และ ขึ้นยากมาก......
"น้ำตาลต่ำ" หรือ "Low sugar" นี่เป็นคำที่หมอบอกเรา
ขอบคุณเพื่อนๆทุกคน ที่ติดตามเรื่องราว ของเราเสมอมา
ขอบคุณสำหรับ อัปโหวต + คอมเม้นท์ และกำลังใจที่มีให้กัน
Much Love