สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ ชาว steemit & busy,
เป็นยังไงกันบ้างค่ะ วันจันทร์ต้นเดือนกรกฎาคม สำหรับเดือนนี้กับเดือนสิงหาคม จะเป็นเดือนที่ลูกค้าต่างชาติเข้ามาเที่ยวบนเกาะพะงันเยอะขึ้น เข้าหน้าไฮซีซั่น กันประมาณ 2 เดือน หลังจากวิและพนักงานนั่งตบยุงกันมาประมาณ 2-3 เดือน เพราะเราพึ่งเปิดใหม่ด้วย ก็เลยมีลูกค้ายังไม่มากเท่าไหร่ ในช่วงเดือน เมษายน - มิถุนายน
ตอนนี้วิก็มีรับพนักงานใหม่เข้ามาเสริม เพราะมีการจองห้องพักมาจากลูกค้าเยอะขึ้น แต่ทางวิยังขาดพนักงานบางส่วนที่จะเข้ามาช่วยเสริมทีม และอาจจะต้องพิจารณาว่าคนที่อยู่ก่อนถ้าใครทำงานไม่ได้ประสิทธิภาพก็ต้องพิจารณาให้ออก เพราะไม่งั้นก็จะทำให้เสียระบบการทำงาน การเป็นเจ้าของกิจการก็ไม่ง่ายนะคะ เพราะตอนที่จะต้องแจ้งให้พนักงานออกเป็นอะไรที่เราก็ไม่อยากจะทำ แต่ถ้าอยู่ต่อไปก็จะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้คนอื่นๆ ทำตามได้
ส่วนมากถ้าวิจะให้เค้าออกหรือว่าเค้าจะลาออก จะต้องแจ้งกันล่วงหน้า 1 เดือนตามปกติ แต่ส่วนมาก ลูกน้องเก่าๆ ที่เป็นพม่าหรือไทย จะแจ้งแบบปุ๊บปั๊บกันมาก ประมาณว่าบอกวันนี้ พรุ่งนี้ออกเลย บางทีเราก็ไม่เข้าใจว่าเค้าจะรีบไปไหน ก็แล้วแต่เค้าสบายใจกันไปเลยค่ะ ไม่ใช่ว่าจะเป็นทุกคน ถ้า 10 คนก็จะมีสัก 7 คนที่เป็นแบบนี้ 555
ดังนั้นการมีกิจการที่เกาะนั้นค่อนข้างจะบริหารเรื่องคนยาก เพราะเราขาดแคลนพนักงาน หาคนที่ทำงานดี ขยันรับผิดชอบค่อนข้างยาก โดยเฉพาะคนไทยนี้หายากมาก ยิ่งกว่า Rare Item อีก ถ้าเจอพนักงานคนไทยที่ขยันตั้งใจทำงานทั้งต่อหน้าและลับหลัง จะเป็นบุญของเจ้าของมากๆ เลยค่ะ พูดจริงนะคะ อิๆ
ไม่ใช่วิมาค่อนแคะคนไทยด้วยกันเองนะคะ แต่การมาอยู่เกาะพะงัน มันไกลปืนเที่ยงในแง่ของความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต เพราะถ้าเป็นคนชอบเดินห้างบ่อยๆ ต้องไปดูหนังฟังเพลง ไปทานข้าวร้านอาหารดีๆ สวยๆ จะมาใช้ชีวิตที่นี้ค่อนข้างยาก ถ้าคนโสดก็คงจะอยู่กันไม่ได้นาน เพราะไม่มีกิจกรรมอะไรทำมากนัก ส่วนมากก็จะมาทำงานกันเป็นคู่ ถ้ามาจากต่างถิ่น หรือคนไทยที่มีแฟนเป็นต่างชาติก็จะอยู่ได้นานหน่อยค่ะ
อย่างวันนี้วิก็มีพนักงานมาสมัคร 2 คนเป็นคนไทย มาทำงานวันนี้วันแรกนี้ก็ 8 โมงเช้าก็ยังไม่เห็นจะมาเลย 555 ก็รอดูกันต่อไปค่ะ ชีวิตไม่สามารถคาดเดาได้ วิกับสามีก็เลยต้องรู้และสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ทุกอย่าง คือ ถ้าเค้าไม่มาเราก็ทำหน้าที่แทนได้เลย ไม่ใช่พอไม่มีลูกน้องเจ้านายทำอะไรไม่ได้อันนั้นน่ากลัวค่ะ
เมื่อวานนี้เป็นวันเงินเดือนออกของที่รีสอร์ทของวิกับสามี ก็มีเรียกประชุมกันด้วย เพราะต้องแจ้งให้เค้าทราบถึงสถานการณ์ปัจจุบัน ให้เค้าได้รับรู้ว่าเจ้าของต้องการให้พวกเค้าทำงานไปในทิศทางไหน ดังนั้นการสื่อสารสำคัญมาก เพราะเดือนนี้และเดือนหน้า จะเป็นเดือนที่ลูกค้าเข้าเยอะ และรีสอร์ทวิพึ่งเปิดใหม่ ก็ต้องให้มั่นใจว่าพนักงานทุกคนพร้อมที่จะทำงาน วิก็บอกลูกน้องไปว่า ที่ผ่านมาไม่ค่อยมีลูกค้าก็เข้าใจว่ามีเวลาว่างเยอะ เลยทำให้ขี้เกียจ เอื่อยเฉื่อยกันได้ แต่ตอนนี้เริ่มมีลูกค้าเข้ามาพวกเค้าก็ต้องปรับตัว เพราะมีเหตุการณ์ที่วิให้แม่บ้านไปเก็บขยะตรงหน้าหาด แล้วเค้าก็มีบ่นๆ ว่าเหนื่อยทำงานกันเยอะ วิก็อดโมโหไม่ได้ ก็เรียกต้องเรียกมาคุยให้ครบทุกคน ก็พูดภาษาไทยนี้แหละค่ะ ให้เค้าพยายามตั้งใจฟัง ไม่งั้น พอมีคนแปลภาษาพม่าเค้าก็จะไม่ตั้งใจฟังที่วิพูด ก็เลยบอกพวกเค้าไปว่า ตลอดเกือบ 3 เดือนที่เป็นหน้าโลว์ซีซั่น บางวันไม่มีลูกค้า พวกเค้าก็ไม่ได้ทำงานอะไรมากมาย ไม่เหนื่อย แต่พอเริ่มมีลูกค้าแค่ 6 ห้อง ถ้ามันเหนื่อยมาก ก็พิจารณากันได้เลยว่าจะอยู่หรือจะออก เพราะต่อไปก็จะเยอะกว่านี้ ตอนไม่มีลูกค้าวิก็ไม่เคยต้องบอกให้เค้ารับรู้ว่า เจ้านายขอลดเงินเดือน เพราะลูกค้าน้อย เราก็ให้ตามเงินเดือน ไม่ได้ให้จากลูกค้ามามากน้อย วิอยากให้เค้าคิดถึงคนอื่นๆ ด้วย ไม่ใช่คิดถึงแต่ตัวเองกัน วิพยายามสอนให้พวกเค้ารู้ว่า ถ้าเค้าจะมาทำงานเค้าต้องทำงานด้วยความตั้งใจและเต็มใจ วิไม่ต้องการคนที่มาทำงานแบบไม่สนทีม ไม่สนเจ้านาย ต้องการแต่เงิน ไม่งั้นเค้าก็ไปหางานที่อื่นทำก็ได้ เพราะเวลาวิและสามีดูแลพวกเค้า วิกับแฟนใช้ใจในการบริหารและปกครอง ให้ความยุติธรรมและมีจิตเมตตา และที่สำคัญวิกับสามีแฟร์กับพวกเค้าทุกคน ใครมาทำงานให้วิเกินเวลา เพราะวิมอบหมายให้มาทำ ถึงจะแค่ครึ่งชั่วโมง วิก็ให้เต็มชั่วโมงแถมให้อีก 1 เท่าตัว เพราะถือว่าเค้าสละเวลาพักผ่อนมาช่วยเรา แต่วิไม่ชอบความเห็นแก่ตัวและเอาเปรียบ คิดแต่จะกอบโกย ดังนั้นวิก็ต้องให้เค้ารู้ว่าวิและสามีต้องการได้อะไรจากพนักงานของพวกเรา
ทุกครั้งวิจะถามว่าพวกเค้าว่ามีปัญหาในการทำงานไหม ถ้ามีก็ต้องแจ้งให้ทราบจะได้ช่วยกันแก้ไข ก็มีบ้างที่ลูกน้องหัวร้อนค่ะ เราถามนิดหน่อยเริ่มทำปฏิกิริยามีน้ำโหใส่ โวยวายใส่เพื่อน ทั้งที่เราถามเค้าว่างานจะเสร็จเมื่อไหร่ เค้าก็อ้างทุกอย่าง แต่ไม่เคยอ้างว่าตัวเองทำงานช้า 5555 ก็เลยต้องจัดการแบบชัดเจนให้ทุกคนรับทราบทั่วกัน ว่าเราจะอำนวยความสะดวกให้คุณนะ แล้วคุณก็ต้องทำให้ได้นะ มีพนักงานเพื่อนๆ ของคุณเป็นพยาน เพราะวิไม่ชอบทำอะไรแบบลับๆ เราไม่ได้ทำให้เค้าเสียหน้า แต่ในเมื่อเราถามแล้วเน้นลูกทำอารมณ์เสียใส่ วิก็ต้องจัดการโดยการให้เพื่อนๆ ที่เค้าจะว่างบางช่วง มาทำหน้าที่ที่เค้าอ้างว่าทำให้เค้าทำงานอีกงานที่วิกับสามีมอบหมายเสร็จไม่ทันกำหนด วิก็จะดูว่าเค้าจะมาไม้ไหนอีก ก็ต้องรอดูต่อไปค่ะ ถ้ายังมีข้ออ้าง วิก็คงเชิญท่านออกไปนั่งเล่นนอนเล่นที่บ้านแทน
วิบอกพนักงานทุกคนว่า ที่วิถามคือต้องการคำตอบ ไม่ได้โจมตี แต่ถ้าคุณทำงานช้ากว่ากำหนดหรือไม่เรียบร้อยมีปัญหา วิกับสามีเป็นเจ้าของสามารถตำหนิพวกเค้าได้ อย่ามาทำกิริยามารยาทแบบนี้ใส่ วิพยายามให้เค้าเข้าใจว่า การทำงานเป็นทีมมันก็ต้องมีปัญหาในการทำงานกันได้ แต่มารยาทที่ดีก็ต้องมีให้กับทีมด้วย วิก็หวังว่าทุกคนจะเข้าใจและเรียนรู้ได้ วิอยากจะให้พนักงานของวิที่นี้ได้พัฒนาในเรื่องการทำงานและความคิด รวมทั้งมารยาทที่เค้าควรมีให้แก่กัน ถึงเค้าจะไม่ได้เรียนจบกันสูง บางคนก็ไม่ได้เรียนหนังสือ ย้ายจากพม่ามาอยู่ไทยกันเลย แต่วิเชื่อว่าเค้าพัฒนาได้ แต่ถ้าเค้าไม่ให้ความร่วมมือหรือไม่สามารถยอมรับในสไตล์การบริหารแบบที่วิกับสามีทำอยู่ ก็ต้องแยกย้ายกันไป มันเป็นเรื่องปกติของการทำงานค่ะ มีคนเข้าก็ต้องมีคนออก เราไปห้ามหรือจะบังคับให้เค้าทำงานให้เราไปตลอดชีวิตของเค้าก็ไม่ได้ เรามีหน้าที่หาคนใหม่เทรนคนใหม่ และพัฒนาคนที่อยู่ในปัจจุบันให้ทำงานให้ดีที่สุด ให้เค้าทำงานได้เต็มที่ในขณะที่เค้ายังทำงานให้เราอยู่ พอคิดแบบนี้วิก็ไม่ค่อยกดดันตัวเองมากมายเท่าไหร่ค่ะ สบายๆ ค่ะ ผ่านอะไรก็มาเยอะเหมือนกัน เรื่องพนักงานนี้แหละค่ะ
ตอนนี้ก็เข้า 9.00 น. พนักงานไทย 1 คนที่รับปากวิว่าจะมาทำงานก็ยังไม่มาค่ะ สงสัยคงไม่มาแล้ว อีกอย่างถึงมาวิก็คงไม่รับแล้วค่ะ เพราะถือว่าไม่รักษาเวลา และยิ่งเรื่องความน่าเชื่อถือก็ไม่ต้องพูดถึงแล้วค่ะ เพราะเค้าสามารถติดต่อวิได้แต่ก็ไม่ยอมส่งข้อความเข้ามา ดังนั้นน้องๆ วัยหางานทำ ที่มาอ่าน วิก็บอกเลยนะคะ คำพูดเราสำคัญมากๆ ถ้าเราจะมาทำงานหรือมาไม่ได้ เกิดเปลี่ยนใจไม่อยากทำงาน ก็ต้องแจ้งให้เค้าได้ทราบไม่ใช่ปล่อยผ่านไป เพราะคุณก็จะกลายเป็นคนที่ไม่น่าเชื่อถือ อย่าทำลายความน่าเชื่อถือของเรา เพราะคำว่าไม่กล้าเกรงใจที่จะพูดความจริง มันไม่คุ้มค่าค่ะ ส่วนอีกคนติดต่อมาแล้วค่ะ ว่าไม่สบายต้องไปทำธุระของที่ทำงานเก่าด้วย จะมาเริ่มทำงานพรุ่งนี้ แบบนี้วิก็ยังพอรับได้ค่ะ เพราะถือว่าติดต่อกลับมา แต่ส่วนจะทำงานได้เข้าขากันไหม ก็ต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ค่ะ
วันนี้ก็มาเล่าสู่กันฟังเกี่ยวกับงานรีสอร์ทของวิและสามี ในส่วนของร้านเสื้อผ้าตอนนี้ก็กำลังไปได้ดีเลยค่ะ มีพนักงานมาใหม่ วิก็ได้รู้จักน้องจากการเล่น steemit นี้แหละค่ะ ได้เห็นความคิดแนวทางการใช้ชีวิตของน้องมาสักระยะ ก็ทำให้มั่นใจในระดับหนึ่งว่า สามารถทำงานด้วยกันได้ เพราะน้องเค้าก็เห็นความคิดและไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของวิ จาก steemit เช่นกัน โพสหน้าจะมาเฉลยว่าน้องคนนี้คือใคร แล้ววิจะมีเรื่องอะไรใหม่ๆ มาท้าทายชีวิตวิอีก ต้องรอติดตามอ่านกันนะคะ
ขอบคุณค่ะ
วิ