สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ชาว steemit & esteem,
วันนี้ที่เกาะพะงันฝนหยุดตกแล้วค่ะ แต่ท้องฟ้าก็ยังมีครึ้มๆ บางช่วง ตอนเช้ามีแดดออกพอให้อารมณ์สดใส แต่พอบ่ายๆ ฟ้าทำท่าเหมือนฝนจะตก ตอนนี้ทั่วทั้งประเทศไทยน่าจะมีฝนตกชุ่มฉ่ำทั่วทุกภาค ยังไงก็ขอให้ทุกท่านที่อยู่ที่ไทยหรือต่างประเทศรักษาสุขภาพให้มากๆนะคะ เพราะสุขภาพสำคัญที่สุด มีเงินท่วมหัวแต่สุขภาพไม่อำนวยก็น่าเสียดายโอกาสที่เราพยายามหาเงินมา แต่พอจะใช้ก็ดันมาล้มป่วยคงจะเป็นเรื่องน่าเศร้า ขออย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับตัววิเองหรือทุกคนเลยนะคะ
เมื่อวานคุยเรื่องอารมณ์นอยด์น้อยเนื้อต่ำใจของตัวเองที่ไม่มีโอกาสได้เป็นแม่ ก็ทำให้รู้ว่ายังมีสาวๆ อีกหลายคนที่เป็นแบบวิ การเล่น steemit ก็ดีตรงนี้นะคะ เราได้ถ่ายทอดความรู้สึกเรื่องราวของเราออกมาเป็นประสบการณ์ชีวิต ได้รู้ว่าชีวิตไม่ใช่ มาม่าสำเร็จรูปที่ต้มแค่ 3 นาทีก็ทานได้เลย ไม่มีใครสุขสมหวังไปทุกเรื่อง ก็ต้องมีสมหวังผิดหวังปะปนกันไป แค่เราต้องหาต้นเหตุที่ทำให้เราเกิดปัญหา เกิดความไม่สบอารมณ์ แล้วแก้ไขไปเรื่อยๆ วิคิดว่าทุกคนโตพอที่จะต้องมีสติค่อยๆ คิดวิเคราะห์แก้ปัญหากันไปนะคะ วิก็เป็นกำลังใจให้ทุกคนในทุกๆ เรื่องถ้ามันอัดอั้นมากก็เขียนมันออกมาโดยใช้สติอย่าใช้อารมณ์ ที่สำคัญอย่าพาดพิงบุคคลอื่น เพราะจะกลายเป็นไฟลามทุ่งได้ค่ะ
ว่างนักออกกำลังซะเลย ฮึ้บๆๆ 😁
มาต่อๆ เรื่องที่จะมาเม้าท์วันนี้ ก็สืบเนื่องจากวิเป็นคนมีเวลาค่อนข้างจะเหลือเฟือ เพราะไม่เจอรถติด ไม่มีลูกให้เลี้ยง สามีดูแลตัวเองได้ งานบ้านก็ให้ลูกน้องที่รีสอร์ทจัดการ อาหารการกินก็ซื้อตามสั่งกิน มันเลยมีเวลาค่อนข้างมาก ก็เลยต้องหาอะไรทำเพิ่ม แต่ช้าก่อนมีช่วงที่หายจาก steemit ไป เพราะมัวแต่เอ๋อ หนีเข้ารกเข้าพง เป็นสิ่งที่อย่าเลียนแบบวิเด็ดขาด ถ้าเบื่อเหงาต่อไปเราเข้า steemit ถึงไม่มีสติจะเขียน ก็มานั่งอ่านโพสเพื่อน กดโหวตให้เพื่อน รอรับส่วนแบ่งcuration จะดีกว่า 555 นี้บอกตัวเองว่าถ้าหงุดหงิดมากๆ จะดึงตัวเข้า steemit ทุกวัน อิๆ เป็นการบำบัดความเพี้ยนไปในตัว 😋
อย่างที่เล่าค่ะ เวลาเยอะ ก็ต้องหาอย่างอื่นทำ ก็เลยไปรับจ๊อบทำงานในยิมสัก 4 ชม. ครึ่ง ทุกวันเว้นวันอาทิตย์ บางวันก็มีน้องๆ มาจอยเล่นโยคะออกกำลังกายกับวิ แต่ช่วงนี้ฝนตกน้องๆ ก็เลยขออยู่บ้านกัน วิก็ยังมีออกคนเดียวบ้างไม่ออกบ้างแล้วแต่อารมณ์เลยค่ะ แล้วหลังจากนั้นก็จะใช้เวลาเล่นกับเมียน้อยแมวรัก พาเดินเล่นบ้าง พอให้แมวไม่เครียด แล้วก็แวะเข้ารีสอร์ทบ้างไปทักทายลูกค้า ไปคุยกับลูกน้อง หลังจากนั้นก็หมกตัวอยู่ในบ้าน จนบางคนนึกว่าออกนอกเกาะไปไหนแล้ว เป็นแบบนี้มา 2 เดือน ก็เลยคิดว่าต้องทำไรอีกไหม จริงๆ วิว่าวิเป็นคนไม่อยู่นิ่งนะชอบหาอะไรทำ จนจับฉ่ายไปหมด 555 สมฉายาเจ้าแม่ร้อยโปรเจ๊ค แต่จะรอดทุกโปรเจ๊คไหม ไม่รู้ 😅🤣😂
ภาพบริเวณวิลล่าที่ต้องไปช่วยดูแล
ตอนนี้วิเลยช่วยจัดการดูแลวิลล่าให้เพื่อนต่างชาติ เพราะเค้าอยากหาคนไทยมาช่วยดูแลวิลล่า เจ้าของเป็นคนอิตาลี แล้วคนงานเก่าเค้าลาออก วิก็เลยมานั่งคิดว่าจะลองดีไหม เพราะตอนที่เค้ามาติดต่อให้ช่วยเป็นช่วงเดือนเมษายน แล้ววิมีลูกน้อง 2 คนที่เป็นผัวเมียกัน ที่เค้าทำรีสอร์ทเก่าแล้วจะปิดปลายเมษายน วิก็เลยชวนเค้ามาทำที่วิลล่าที่วิจะลองเข้าไปดูแล เพราะตัวน้องผู้หญิงทำงานดี ทำงานเร็วเรียนรู้ไว แต่ตัวผู้ชายหัวช้า ไม่เข้าใจก็ไม่พูด 555 ต้องเขี่ยวเข็ญเยอะ แต่ข้อดี คือเชื่อฟังวิ แล้วไม่ใช่เด็กเกเร มีมารยาท แถมรักเมีย วิเลคิดจะให้เค้าทั้งสองทำงานที่วิลล่าช่วยวิแทนไปอยู่รีสอร์ทใหม่ 2 คนผัวเมียก็พอใจ เพราะมีห้องให้ดูแลแค่ 5 หลัง เป็นวิลล่าส่วนตัว มีที่พักในตัว ทำงานกันแค่ 2 คนไม่ต้องไปวุ่นวายกับใคร เค้าก็ชอบและสบายใจ คือถ้าไปจ้างแบบคนสวนจากอีกครอบครัวหนึ่ง แล้วแม่บ้านมาจากอีกครอบครัวหนึ่ง แล้วมาอยู่ด้วยกัน มีโอกาสทะเลาะเบาะแว้งกันสูง อาจจะเกี่ยงงาน โทษกันไปมาพน เป็นสามี ภรรยากันเองโอกาสจะด่ากันลับหลังให้วิฟังมีเป็น 0%
ทำงานช่วยกันขยันขันแข็ง มีส่งรูปหาวิเป็นหลักฐานว่าทำงานนะจ้ะ ไม่ได้อู้ถึงวิจะไม่อยู่ 555
ที่วิตัดสินใจเลือกช่วยจัดการวิลล่า เพราะตอนนี้ที่เกาะพะงันมีชาวต่างชาติมาซื้อที่ดินทำวิลล่ากันเยอะมากๆ ค่ะ วิดลยอยากรู้ว่าเค้าจะบริหารจัดการยังไง เพราะมันต่างจากรีสอร์ทมากค่ะ ขนาดเล็กกว่า การดูแลไม่ต้องใช้คนเยอะ แต่ต้องทำงานให้ดีให้ครบถ้วน มีความเป็นบ้านมากกว่า เพราะเจ้าของเลี้ยงสุนัข 2 ตัว และแมว 1 ตัว ดังนั้นคนที่จะมาทำงานต้องชอบเลี้ยงสัตว์ ต้องทำได้ทุกอย่าง ไม่มีการมาแบ่งแผนกแบบงานโรงแรมหรือ รีสอร์ท โชคดีลูกน้องวิชอบสุนัขอยู่แล้วก็เลยดีไป เพราะเค้าจะต้องใส่ใจสัตว์เลี้ยงของเจ้าของวิลลล่าเหนือสิ่งอื่นใด เจ้าของกำชับมาเลยว่าหมาแมวเค้าคือสิ่งสำคัญอันดับแรกสุดเลยที่ต้องใส่ใจและดูแล ฟังแรกๆ ก็กังวลว่ามันจะเกินหร้าที่ไปไหม แต่เด็กๆ โอเคที่จะทำ เพราะเค้าไม่ต้องทำงานตลอดเวลา เพราะมีแค่ 5 หลัง ช่วงโลว์ก็ไม่มีลูกค้าก็ ทำการซ่อมแซมดูแลปัดกวาดให้สะอาด แต่ไม่ได้ทำตลอด 8 ชม แต่ต้องดูแลสัตว์เลี้ยงทุกวัน เลยไม่ได้มีวันหยุด แต่น้องๆ เค้าก็บอกว่าไม่ได้ต้องไปไหน เพราะพักในบริเวณวิลล่าอยู่แล้ว ถึงเค้าไปไหนก็จะโทรมาบบอก เผื่อวิเข้าไปดูแลความเรียบร้อยก็จะได้ไม่คลาดกัน ตอนนี้ทุกอย่างไปได้ดี เจ้าของวิลล่าก็มีความสุขมากขึ้นที่ได้คนมาดูแลวิลล่าตอนที่เค้าไม่อยู่ เพราะจะมาพักแคแค่ 3 เดือนต่อปี ไม่ได้อยู่ประจำ ตัวลูกน้องก็พัฒนาขึ้น มีความรับผิดชอบมากขึ้นกว่าเดิม เพราะวิจะให้เค้าตัดสินใจว่าจะทำอะไรก่อนหลัง ไม่ใช่รอรับแต่คำสั่ง ซึ่งวิมองว่าเค้าทำงานได้ดีขึ้นมั่นใจมากขึ้น เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นกว่าตอนทำงานที่เก่ากับวิ เพราะวิบอกเค้าแล้วว่าวิพยายามหางานดีๆ ที่ดีๆให้ไม่ได้ทอดทิ้ง ก็ขอให้ทำให้ดีให้สมกับที่วิพยายามช่วยพวกเค้า
งานสำคัญมากต้องพาหมาไปหาหมอ
แต่สิ่งที่เป็นปัญหาค่อนข้างมากคือเรื่องการสื่อสาร เพราะทั้งคู่เป็นพม่า เค้าพอเข้าใจเวลาวิพูดภาษาไทยกับเค้า แต่ถ้าภาษาอังกฤษค่อนข้างลำบาก ทำให้มีปัญหาเวลาจะต้องทำงานกับเจ้าของวิล่าที่เป็นต่างชาติ วิก็เลยมาคิดว่าจะจัดการยังไงดี ที่จะช่วยให้การทำงานร่วมกันราบรื่นเวลาที่เจ้าของวิลล่ากลับมา และมันเหมือนจังหวะเวลามาประจวบ ลูกน้องพม่าที่ทำงานที่ ซาม่ารีสอร์ทดันจะลาออก เพราะแม่อยากให้ไปช่วยขายของแทน น้องเค้าก็เสียใจและเสียดายโอกาสที่จะทำกับวิ เพราะตอนที่เค้าทำกับวิตำแหน่งคือฝ่ายต้อนรับ เค้าได้ใช้คอมพิวเตอร์ ได้รับจองห้อง ได้ทำงานเอกสารที่เค้าไม่เคยได้มีโอกาสทำมาก่อน เพราะเค้าทำแค่เสริฟอาหาร แต่เค้าก็ต้องจำใจออก เพราะไม่อยากทะเลาะกับแม่ วิก็เสียดายโอกาส เพราะเค้าได้เรียนในระดับมหาวิทยาลัยที่พม่า ไม่ควรจะมาหยุดแค่นั่งขายของไปวันๆ อายุก็ยังน้อยแค่ 21 ปี ก็เลยถามว่าเค้าสามารถสอนภาษาอังกฤษให้พม่าได้ไหม เค้าบอกเค้าเคยทำและอยากทำเป็นรายได้เสริม วิก็จัดการนัดแนะให้เจอเจ้าของวิลล่าเลยค่ะ เพื่อคุยกันเรื่องจะให้มีการสอนพิเศษให้ลูกน้องพม่า ก็สรุปเห็นดีเห็นงามทั้ง 3 ฝ่าย เจ้าของ (คนจ่ายเงิน) นักเรียน แล้วก็คุณครู ทำให้วิมีไอเดียในหัวว่า ถ้าต่อไปในอนาคตวิอยากทำบริษัท รับจัดการดูแลบริหารวิลล่า พร้อมทั้งพัฒนาความรู้ความสามารถให้พนักงานของวิลล่า มีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็น่าจะโอเค เพราะตอนนี้มีแต่คนงานพม่าที่ไม่มีความรู้ ความสามารถมากเท่าไหร่ เน้นใช้แรง ซึ่งถ้าเราพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้กับองค์กรเค้าได้ น่าจะเป็นธุรกิจที่ไปได้ดี ก็ต้องรอดูว่า 2 คนนี้จะพัฒนาไปได้ไกลแค่ไหน
นั่งเรียนภาษาอังกฤษอาทิตย์ละ 2 วัน หน้าตาตั้งใจกันมาก มีหมานอนเฝ้าไม่ห่าง
ตั้งใจศึกษาทบทวนการบ้านภาภาษาอังกฤษ แถมมีกาแฟตั้งข้างๆ เก๋ๆ พม่าอินเตอร์ก็แบบนี้แหละค่ะ อิๆ
ขอบอกเลยว่างานนี้วิทำให้เค้าฟรี แต่ให้เค้าจ่ายเงินเดือนลูกน้องให้เท่าที่วิเคยจ่าย เพราะแต่ก่อนเค้าจ่ายคนงานคนก่อนถูกมากๆๆ ไม่รู้นี้คือสาเหตุที่ลูกน้องออกไหม แต่ก็อยู่มา 5 ปีแล้ววิว่าเค้าแค่เบื่ออยากทำงานอย่างอื่นมากกว่า วิก็เลยกำชับลูกน้องวิไปว่า วิมาช่วยจัดการดูแลเหมือนพี่เลี้ยงให้ คนที่เป็นเจ้านายเธอจริงๆ ตอนนี้คือ เจ้าของวิลล่า ถ้าเธอทำงานดีๆ ให้เค้ารักเค้าเมตตา ก็เป็นประโยชน์กับตัวเธอไม่ใช่ใคร ก็หวังว่าเด็กๆ จะคิดได้ และทำให้ดีเพื่อตัวพวกเค้าเอง
ดังนั้นงานดูแลจัดการวิลล่า ของวิตอนนี้เหมือน start up สำหรับดูว่าจะมีโอกาสเป็นไปได้ไหมในแง่ธุรกิจในอนาคต วิเลยไม่เรียกเงินจากเจ้าของ เพราะสิ่งสำคัญวิได้ความรู้พร้อมประสบการณ์ให้วิมาเต็มกระเป๋าเลยค่ะ
ขอบคุณทุกท่านที่ตามอ่านจนจบนะคะ ครั้งหน้าจะมาโม้อะไรนั้น รอติดตามกันค่ะ
ขอบคุณค่ะ
วิ