สวัสดีค่ะเพื่อนๆที่น่ารักทุกคน
.......ใครๆก็บอกว่าอาหารเช้าคืออาหารมื้อที่สำคัญที่สุด แนตก็คนนึงที่เมื่อก่อนตอนช่วงสมัยเรียนตั้งแต่ประถม มัธยม จนถึงมหาวิทยาลัย ไม่เคยพลาดการทานอาหารเช้าเลย ต้องกินอาหารเช้าก่อนไปเรียนเป็นประจำ... จนมาถึงช่วงในวัยทำงานก็ยังทานอาหารเช้าตลอด (ยกเว้นวันหยุดตื่นสาย ก็เป็นอาหารเที่ยงไป แต่ก็ตื่นสายน้อยมาก)... จนมาถึงในตอนที่แต่งงานมาอาศัยอยู่อเมริกา ก็ยังทานอาหารเช้าเสมอๆ.... ซึ่งก็นั่นแสดงว่าแนตก็ทำตามที่ใครๆ หรือตามที่ตำราบอกมาตลอด.... ทานอาหารครบ 3 มื้อ ตรงเวลาตลอด ถ้าวันไหนทานอาหารไม่ตรงเวลา ก็จะปวดท้องมาก ต้องทานยาธาตุน้ำขาวเป็นประจำ....
........ แต่เนื่องจากแนตต้องการที่จะลดน้ำหนักและต้องการที่จะทำอะไรเพื่ออยากรักษาอาการปวดท้องด้วย .... ก็ไม่ได้ตั้งใจ โดยไม่ได้ตั้งใจจะมาสนใจเรื่องลักษณะการกินแบบนี้เลย...แต่เผอิญเปิดดูยูทูปเรื่องการออกกำลังกาย ก็เพื่อต้องการลดน้ำหนักและกระชับรูปร่าง ...บังเอิ๊ญอ่านไปเจอการรูปแบบการทานอาหารแบบหนึ่ง คือ การทานแบบคาร์โบไฮเดรตต่ำมาก ทานโปรตีนในระดับปานกลาง และทานไขมันดีในปริมาณสูง ...ซึ่งตัวแนตเองไม่ใช่คนที่กินอาหารไขมันสูง ก็คือกลัวกินแล้วคอเรสเตอรอลจะสูง กินแล้วจะอ้วน ก็เหมือนคนทั่วๆและแนตก็เข้าใจแบบนั้นมาตลอด....ก็ไม่ได้ผิดอะไร...
....... แต่พอมาเจอการกินแบบ การทานคาร์โบไฮเดรตต่ำมาก ทานโปรตีนในระดับปานกลาง และทานไขมันดีในปริมาณสูง และลองเปิดใจศึกษาอย่างจริงจังก็ได้ความรู้อะไรมาหลายๆอย่าง.....อย่างนึงที่เห็นด้วยโดยไม่มีข้อโต้แย้งคือ การกินน้ำตาลและแป้งในปริมาณมาก และคนส่วนใหญ่ก็จะทานอาหารพวกนี้เป็นหลักซะด้วย อย่างแนตก็เช่นกัน ชอบกินของหวานมากกกกกกกก......ก..ไก่ล้านตัว.....และพวกขนมปังเอย เค้กเอย พาสต้าเอย นั่นคือชอบมาก ก็กินแล้วมันอร่อยเนอะ....ซึ่งอาหารพวกน้ำตาลและแป้งจากการศึกษาก็พบว่า คนส่วนใหญ่ที่เป็นเบาหวาน โรคอ้วน มาจากการกินอาหารพวกนี้ แต่ก็มีอีกหลายๆปัจจัย อย่างความเครียดก็ทำให้อ้วนได้ .....เมื่ออ่านเข้าไปลึกๆๆ ก็พบเรื่อง อินซูลิน รีซิสแต้น (Insulin Resistance) (แต่แนตจะไม่อธิบายว่าคืออะไร เพราะกลัวผิดค่ะ 5555 ) ถ้าเพื่อนๆสนใจว่าคืออะไร ก็สามารถเสิร์ทอ่านในกูเกิ้ลได้เลยค่ะ..
.....แนตก็เลยลองปฎิบัติดูค่ะ ตามหลักการของการกินแบบ การทานคาร์โบไฮเดรตต่ำมาก ทานโปรตีนในระดับปานกลาง และทานไขมันดีในปริมาณสูง และแนตเพิ่มการทำฟาสติ้งไปด้วย นั่นคือการกินอาหารในช่วงเวลาที่กำหนด (อาหารเช้าก็จะดื่มแค่กาแฟค่ะ ไม่ใส่น้ำตาล ไม่ใส่นมปกติ จะใส่เนยแทนหรือน้ำมันมะพร้าวหรือกะทิหรือเฮฟวี่ครีมแทน) หรือจะงดอาหารเช้าไปเลยก็ได้ถ้าไม่หิว (จริงๆปกติตอนเช้าไม่ค่อยหิว แต่เมื่อก่อนกินไปก็เพราะคำกล่าวที่เคยได้ยินมา ใครๆก็ว่าอาหารเช้าเป็นมื้อสำคัญที่สุด สำหรับแนตนะ สำหรับคนอื่นเหตุผลของการกินอาหารเช้าอาจจะหิวก็ได้ อันนี้ไม่มีผิดหรือถูก)
.......ผลออกมาก็รู้สึกดีค่ะ สิวที่ใบหน้าที่เป็นๆหายๆ ดีขึ้นๆเรื่อย จนหายไปเลย อารมณ์ที่ขึ้นๆลงบ่อยเริ่มสงบมากขึ้น อาการของซึมเศร้าเบาบางลง และอีกอย่างประหยัดด้วย ฮ่าาๆๆๆ และอย่างตอนเช้าถ้าใครรีบๆก็แค่กาแฟ...หรือไม่ต้องกิน...จะไปกินอีกทีเที่ยงและเย็น.... และที่ต้องการจะลดน้ำหนักก็ได้ผลนะ ลดไม่เยอะ แต่ก็พอใจระดับนึง ...อาการโรคกระเพาะก็ไม่มีให้ต้องรำคาญใจอีกเลย
........ทีนี้มาเข้าเรื่องของแนตที่จั่วหัวข้อไว้ค่ะ อย่างที่เห็นในภาพอาหาร จริงๆนั่นคืออาหารเที่ยงค่ะ ถ้าวันไหนไม่หิวก็ดันกาแฟไปดื่มตอนเที่ยง ถ้าวันไหนหิวตอนเช้าก็ดื่มกาแฟดำหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลอย่างที่กล่าวไป อาจจะดูประหลาดๆ แต่ก็นะ ฮ่าๆๆๆ และเพิ่มมัฟฟินที่ทำเอง แค่นี้ก็อิ่มค่ะ .... และไม่ลืมที่จะกินผักเยอะๆ เน้นว่าเยอะๆๆๆๆค่ะ เพื่อช่วยในการขับถ่าย...
......อาหารเช้าที่ไม่เช้า
ได้แก่ กาแฟใส่สตีเวีย ใส่น้ำมันมะพร้าว 1 ชต. ใส่เนย 1 ชต. ปั่นให้ผสมกันดี
ทานกับมัฟฟินที่ทำจากแป้งอัลมอนด์ ใส่สารให้ความหวานแทน ใส่ไข่ ใส่ครีมชีส อบให้หอมกรุ่น แบ่งครึ่งแล้วทาด้วยครีมชีส หรือพีนัทบัตเตอร์ที่ไม่ผสมน้ำตาล แค่นี้ก็ได้อาหารเช้าที่ไม่เช้าแล้วค่ะ
หมายเหตุ ..... การกินแบบนี้เป็นการกินที่ได้ผลจริง จากการทดลองของหลายๆคน ถ้าใครอยากทดลองต้องศึกษาให้ดีๆค่ะ และการกินทุกๆรูปแบบไม่มีผิด ไม่มีถูก แล้วแต่รสนิยมของใครของใคร แล้วแต่ใครชอบแบบไหน .... จะวีแกน จะเฮลตี้ จะโลแฟต หรือคลีน ทุกรูปแบบต้องศึกษาดีๆ แบบไหนที่เหมาะกับเรา แบบไหนที่เราชอบ แบบไหนที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเรา....และอย่าลืมการออกกำลังกายด้วยค่ะ ......การกิน 80% การออกกำลังกาย 20% ทุกอย่างสำคัญไม่แพ้กันค่ะ การทำจิตใจให้มีความสุข อย่างการทำสมาธิก็ช่วยทำให้ร่างกายและจิตใจเราแข็งแรงด้วยค่ะ
ราตรีสวัสดิ์ค่ะทุกคน