เขียนเสร็จจะโพสตั้งแต่เมื่อคืนแต่ BandWidth ติดลบซะได้ โพสเช้าวันนี้เลยละกันครับ
เมื่อวานเลิกงานมาก็แวะตลาดเย็นที่อยู่ทางกลับบ้านหลังจากเดินๆๆ จะทั่วตลาดแล้วก็มองไปเห็นร้านเล็กๆร้านหนึ่งมีลุงแก่ๆยืนขายอยู่ดูก็รู้ว่าคนอีสานแน่ๆ แต่ที่สะดุดตาทำให้ผมแวะก็คือหอยครับ แกขายต้มหอยขม หรือภาษาบ้านผมเรียก หอยจุ๊บ (คิดว่าหลายคนคงคุ้นเคยดี)
เนื่องจากผมไม่ได้กินมานานแระอยากกินขึ้นมาทันที “ลุงขายจั่งได๋ครับ” แกก็ตอบมาว่า “ถุงละ 20 บาทหำ” แกบอกว่าแกไปหามาจาก กำแพงแสน-นครปฐม แล้วแกก็ชูมือให้ดูริ้วรอยจากการไปหาหอย ผมก็ได้อุดหนุนแกมา 2 ถุงแถมน้ำจิ้มรสเด็ด พีคสุดๆคือแถมไม้จิ้มด้วยคร้าบบบ 555555
ถึงบ้านผมก็จัดการสิครับอร่อยมากครับวันหลังเดี๋ยวไปอุดหนุนแกอีก
แต่บล็อกนี้ไม่ได้จะมาเล่าประวัติหอยขมนะครับ เพราะจังหวะที่กำลังนั่งจิ้มหอยจุ๊บกับน้ำจิ้มอยู่นั้น ก็คิดถึงเมนูอันแซ่บหลายที่มีหอยขมเป็นส่วนประกอบหลัก เมนูที่มากคุณค่าตามวิถีชนบทนั่นก็คือ!!!!!!
ลาบเทาครับพี่น้อง!!
ชื่อภาษาไทยคือ ง้วนนที รสทิพย์ และภาษาอังกฤษคือ Passion Spirogyra
"เทา" คือ Spirogyra เป็นสาหร่ายที่ชอบขึ้นในน้ำจืดที่สะอาดทั้งน้ำนิ่ง และน้ำไหลเอื่อยๆ มีสีเขียวเป็นเส้นกลมยาวขนาดเล็กพันกันเป็นเกลียวนิ่มลื่นมือพบได้ในแหล่งน้ำ ภาคเหนือ และ อิสาน เรียกสาหร่ายชนิดนี้ว่า “เทา” หรือผักไก นิยมนำมาบริโภคในรูปผักจิ้มน้ำพริก ทำลาบ และมีรายงานว่าเป็นสาหร่ายที่นิยมบริโภคในประเทศพม่า เวียดนาม และอินเดียด้วย
เห็นบ่ คนวัฒนธรรมอื่นเขากะกิน เทาคือกัน มันต้องมีดีหละเขาจั่งกินกัน
ประโยชน์ของเทาก็มีเยอะแยะมากมายไม่ว่าจะเป็น ใช้เป็นปุ๋ยชีวภาพ ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง หรือแม้แต่ในอุตสาหกรรมยา แต่จะพูดถึงเฉพาะประโยชน์ในการเป็นอาหารครับ
ลาบเทา เป็นอาหารพื้นเมืองที่กลั่นกรองออกมาจากภูมิปัญญาคนอีสานแต่กาลโพ้น บรรพบุรุษชาวอีสานช่างมองการไกล และมีวิสัยทัศน์ ในการนำเอาพืชที่มีประโยชน์อันนี้มาทำอาหาร
ต่อไปก็เข้าเรื่องประเทืองความแซ่บ "สูตรการทำลาบเทา" กันดีกว่าเนาะ
ส่วนประกอบก็มี
เทา ปลาป่น ข้าวคั่ว พริกป่น น้ำปลาร้าต้ม ผักหอมบั่ว ผักหอมเป ผักแพรว
ถั่วฝักยาว มะเขือ ของกินกับ ก็คือ ผักต่าง ผักหูเสือ และอย่าลืม บักแข้งขม
วิธีทำ (คร่าวๆนะคร้าบ)
- ตัดเทาเป็นท่อน นำไปลวกในน้ำร้อน ซัก 3 รอบ ควรเลือกเทาแหล่งน้ำที่สะอาด เชื่อใจได้ เทาจะเกิดก็ต่อเมื่อ มีอุณหภูมิและช่วงเวลาที่เหมาะสม ปีหนึ่ง มักจะเกิดแค่ 2 ครั้ง คือ ช่วงข้าวเขียว (กลางฤดูฝน ) และ ในฤดูหนาว
- นำปลาป่นมากวนลงไปให้เข้ากัน แล้ว เทเครื่องปรุง เช่น ข้าวคั่ว พริกป่น ลงปรุงรส ด้วยน้ำปลาร้าต้ม
- เอาผักหอมต่างๆ (หั่นแล้ว) ลงกวนให้เข้ากัน เป็นอันเสร็จคร้าบ
ยกลงมาแบ่งปันกัน ซูด ถ้าบ่แซ่บก็ใส่ผงนัว (ชูรส) ลงจั๊กหน่อย
-
ขอบคณรูปภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตครับผม
โพสนี้ก็ขอลาเพียงเท่านี้ครับ
กราบขอบพระคุณสำหรับการอัพโหวต การติดตามและคอมเม้นให้กำลังใจครับผม